การป้องกันโทษภัยร้ายจากลิปสติก

lip

ลิปสติกเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้หญิงอย่างเรา ชอบใช้กันจนถึงขั้นที่ว่าขาดไม่ได้เลยทีเดียว แต่หารู้ไม่ว่าลิปสติกที่เหล่าคุณผู้หญิงใช้กันนั้นแฝงมาด้วยอันตรายรายอย่างถ้าใช้แบบที่เป็นอันตรายมากๆ อาจจะต้องทำให้สูญเสียริมฝีปากงามๆ ของคุณไปได้ง่ายๆ  ดังนั้นเรามาทำการป้องกันภัยร้ายลจากลิปสติกกันเถอะค่ะ

โดยเริ่มจาก ให้สังเกตฉลากต้องมีข้อความภาษาไทย บอกรายละเอียดชื่อเครื่องสำอาง ประเภทหรือชนิด เช่น ลิปมัน ลิปกรอส ส่วนประกอบ ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต ผู้นำเข้า วิธีใช้ ปริมาณสุทธิ และที่ขาดไม่ได้คือ วันเดือนปีที่ผลิต
ลิปสติกที่อ้างสรรพคุณป้องกันแสงแดด ต้องบอกส่วนประกอบของสารควบคุม ครั้งที่ผลิต และต้องแสดงคำเตือน สังเกตจากภายนอกลิปสติกต้องมีผิวเรียบเนียน ไม่เยิ้ม กลิ่นไม่เหม็นหืน และไม่ควรซื้อแต่ละครั้งในจำนวนมาก เพราะถ้าเก็บไว้นานๆ อาจเก่าหรือเสื่อมคุณภาพได้
ไม่ควรใช้ลิปสติกร่วมกับคนอื่น เพราะอาจเกิดการติดเชื้อได้
ก่อนทาลิปสติกทุกครั้ง ควรทำความสะอาดริมฝีปากก่อน หากใช้พู่กันควรทำความสะอาดพู่กันหลังใช้ทุกครั้ง
หากพบสีลิปสติกเปลี่ยนจากเดิม ไม่ควรใช้ต่อเนื่องอาจเสื่อมคุณภาพ
ถ้าใช้ลิปสติกแล้วมีอาการแพ้ควรหยุดใช้ หากหยุดใช้แล้วอาการยังไม่ดีก็ควรรีบพบแพทย์ อันตรายจากการใช้ลิปสติกอาจเกิดจากตัวผลิตภัณฑ์

ถ้าเสื่อมคุณภาพเพราะผลิตมานาน หากเป็นกลุ่มขี้ผึ้งและไขมันมีโอกาสเหม็นหืนได้ อีกทั้งลิปสติกที่ไม่มีฉลากภาษาไทยอาจผสมสีห้ามใช้ จึงเป็นผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย ผู้บริโภคไม่มีโอกาสทราบข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องสำอางชิ้นนั้น โดยเฉพาะชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตและวันเดือนปีที่ผลิต
**อันตรายที่แฝงมาพร้อมกับลิปสติก
ตัวผู้บริโภคเองอาจมีการแพ้ เช่น แพ้สี น้ำหอม สารกันเสีย สารกันแดด ต้องสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นแล้วหลีกเลี่ยงสารดังกล่าว อาการแพ้ลิปสติก ได้แก่ ริมฝีปากแห้ง เป็นขุย ลอก คัน บวมแดง ริมฝีปากมีสีดำ บางรายเป็นตุ่มพอง อักเสบ เมื่อมีความผิดปกติใดๆเกิดขึ้นต้องหยุดใช้ลิปสติกทันที หากจำเป็นอาจปรึกษาแพทย์และเภสัชกรต่อไป

ข้อควรระวังในการใช้ลิปสติก คือ ควรทำความสะอาดริมฝีปากก่อนทาลิปสติก ไม่ควรใช้ลิปสติกหรือพู่กันร่วมกับผู้อื่น เพราะมีโอกาสติดเชื้อโรคได้ และหากลิปสติกที่ใช้อยู่มีลักษะสี กลิ่น เปลี่ยนแปลงไป ควรหยุดใช้ทันที เพราะแสดงว่าลิปสติกนั้นเสื่อมคุณภาพแล้ว
อายุการใช้งาน : ลิปสติกและลิปกรอสเป็นเครื่องสำอางที่โดนลมมากกว่าเครื่องสำอางชนิดอื่นๆ จึงทำให้จับตัวกับแบคทีเรียได้ง่าย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *