การร้อยไหมละลาย เพื่อยกกระชับหน้า

256x300

ระยะนี้มีข่าวเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์แล้วทำให้เป็นเจ้าหญิงนิทราออกมาตามสื่อต่างๆ ทำให้คนที่รักความตึง… อยากหน้าเด้ง ดูอ่อนวัย  กลับมาสนใจการร้อยไหมละลายอีกครั้ง จึงข้อหยิบยก บทความเกี่ยวกับความงามของ น.พ.วรพจน์ ศิรามังคลานนท์ (หมออาร์ม) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังจาก Hertitude Clinic โปรแกรม the Matrix V Lift : an absorbable thread lift  ที่ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ใน Celebonline  มาให้เพื่อนๆ ชาวTrick2u ศึกษากันก่อนว่าเป็นยังไงค่ะ

ขอเริ่มจากประเด็นที่ หมออาร์ม หมออาร์มย้ำว่า การร้อยไหมละลายเหมาะสำหรับสาวแก้มยุ้ย ไม่ใช่คนอ้วน!

น.พ.วรพจน์ ศิรามังคลานนท์ หมออาร์ม แห่ง Hertitude Clinic (เฮอร์ทิจูท)

“สาเหตุแรกที่ทำให้หน้ากาง บาน คือ หนึ่ง-กระดูกใหญ่ กรณีนี้ต้องพึ่งคุณหมอศัลยกรรมผ่าตัดกระดูกออก สาเหตุสอง-กล้ามเนื้อใหญ่ หลายๆ คนจึงนิยมไปฉีดโบท็อกซ์ (Botox) สาเหตุสาม-อ้วนมากแก้มใหญ่ ไขมันเยอะ ต้องไปฉีดสลายไขมัน หรือดูดไขมันที่แก้มออก จึงจะหาย”

“แต่การร้อยไหมเหมาะสำหรับคนที่สวยอยู่แล้ว แต่ต้องการความเพอร์เฟ็กต์มากขึ้น มีแก้มเล็กน้อย หน้าไม่ใหญ่มาก แต่ไม่ใช่คนอ้วน แต่ต้องเป็นคนมีแก้มยุ้ยๆ เท่านั้น คนเราอายุประมาณ 30 เริ่มมีความหย่อนคล้อยของผิวเล็กน้อย ทำให้หน้าดูไม่เรียวเหมือนเดิมแล้ว ก็สามารถใช้ตัวไหมละลายช่วยยกกระชับผิวหน้า เพื่อให้หน้าดูเรียวเล็กขึ้นได้ จริงๆ แล้วผู้ที่สามารถทำการร้อยไหมละลายได้ ต้องมีอายุประมาณ 20 ขึ้นไป

กรณีแรกหากอายุประมาณ 20 -30 ปี กรณีนี้คืออายุยังน้อยอยู่ แต่ต้องการให้หน้าสมส่วน ให้หน้าดูเป็น V-SHAPE มากขึ้น ส่วนใหญ่จะมาทำด้วยเหตุผลที่ว่าอยากปรับหน้าเรียว อยากให้หน้าดูสมส่วน กระชับมากขึ้น

แต่หากอายุ 30 – 40 ปี ส่วนใหญ่จะมาทำเนื่องจากมีความหย่อนคล้อยเล็กน้อย ทำให้จากหน้าที่เคยเป็น V-SHAPE สวยงาม เริ่มกลายเป็น U SHAPE เริ่มคล้อยลงมา พอประมาณ 40-60 ส่วนใหญ่พวกนี้จะมีปัญหา เรื่องของร่องแก้ม ปัญหาร่องมุมปาก และมีปัญหาใต้คางเริ่มหย่อนคล้อย หรือปัญหาคิ้วตก ริ้วรอยต่างๆ แต่ไม่อยากจะฉีดโบท็อกซ์ ก็สามารถใช้วิธีการร้อยไหมละลายเพิ่มยกกระชับผิวได้

แต่กรณีที่สอง สำหรับอายุ 30-40 เริ่มมีความหย่อนคล้อยเล็กน้อย ต้องการให้หน้าตึงกระชับเหมือนเดิม

กรณีที่สาม คือ อายุประมาณ 40-60 คือ ความหย่อนคล้อยเริ่มเยอะ เริ่มมีเหนียง คางสองชั้น ร้องแก้ม ร่องใต้ตา คิ้วตก ก็เป็นการยกกระชับทั้ง จริงๆ ช่วงอายุที่เห็นผลที่สุด ควรจะเป็นอายุประมาณ 30-50 ปี ถามว่า ทำไม
หนึ่ง คือ ผิวมีปัญหาให้เห็นได้ชัดแล้ว ว่าสมควรจะแก้ไข และคุณภาพผิวยังไม่ได้แย่มากเกินไป ไม่ได้หย่อนคล้อยมากจนกระทั่งเอาไม่อยู่

น.พ.วรพจน์ ศิรามังคลานนท์

น.พ.วรพจน์ ศิรามังคลานนท์ หมออาร์ม แห่ง Hertitude Clinic (เฮอร์ทิจูท)

ถ้าถามว่าคนอายุ 70 มาร้อยไหมได้ไหม ร้อยได้ครับ แต่ถ้าเทียบกับคนอายุ 50 มันดีขึ้นไม่เหมือนกัน คนอายุ 50 จะต้องดีมากกว่า เพราะคนอายุ 70 ผิวสูญเสียคอลลาเจนไปเยอะ ความหย่อนคล้อยมีมาก ริ้วรอยมีเยอะ อาจจะเห็นผลได้ไม่มีเท่ากับคนอายุ 50 ฉะนั้นคนที่อายุเหมาะคืออายุ 30-50”

ไหมละลายตัวนี้เรียกว่า PDO Polydioxanone ซึ่งเป็นไหมที่เส้นเล็กมากแล้ว ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองทางผิวหนังน้อยมาก ไม่ทำให้เกิดแผลใต้ผิว หรือเป็นการอักเสบใต้ผิว คนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติทันทีหลังจากการร้อยไหม ตัวไหมพอโดนน้ำจะถูกละลายไป น้ำจากใต้ผิวเรานั่นเอง เพราะใต้ผิวเราจะมีน้ำ 70% อยู่แล้ว พอโดนน้ำไหมจะละลายไปเรื่อยๆ
6-8 เดือนจะละลายแต่ไม่ได้หมายความว่าจะละลายไหมหมด ไหมจะดึงผิวขึ้นตามแนวแกนไหม พอเวลาผ่านไป 6- 8 เดือน ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนมาล้อมรอบแกนไหม แม้ว่าไหมจะละลายไปหมดแล้ว ก็ยังเหลือแนวแกนคอลลาเจน เพื่อดึงผิวอยู่ให้ผิวตึงนั่นเอง คอลลาเจนยังอยู่ถึง 2 ปี จึงไม่จำเป็นต้องร้อยไหมอีกเลยประมาณ 2 ปี

ถ้ารู้สึกว่าหลังจาก 2 ปี ผิวมีความหย่อนคล้อยกลับมา เราอาจจะกลับมาร้อยไหมเพิ่มได้”

คลิปร้อยไหมละลายเก็บเหนียงโดย น.พ.วรพจน์ ศิรามังคลานนท์

คลิปHertitude Clinic Observation for The Matrix Lift (TR Lift technique)โดย น.พ.วรพจน์ ศิรามังคลานนท์

ข้อมูลจาก http://www.manager.co.th/Celebonline และ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *