ดัดผมดิจิตอล คืออะไร แตกต่างกับแบบเดิมยังไง ?

hair1

 

สาวๆ ที่กำลังคิดจะไปดัดผม ต้องการหาข้อมูล เรื่องการดัดผมอยู่เคยสงสัยกันหรือป่าวจ๊ะ สาวๆ ว่า การดัดผมแบบดิจิตอล และแบบธรรมดาที่เคยดัดกันนั้นแตกต่างกันอย่างไร และมีข้อดีกว่ายังไง ถ้าสงสัยวันนี้ Trick2u มีคำตอบมาไขข้อข้องใจของสาวๆ ค่ะ  เพราะว่าราคาในการดัดผมแบบดิจิตอลค่อนข้างมีราคาสูงกว่า การดัดผมแบบปกติ  ไปชมกันค่ะ 

การนำน้ำยาดัดประเภท น้ำยาดัดร้อน (acid perm) เข้ามาจำหน่าย (ซึ่งแต่ก่อนนั้นมีในรูปแบบครีม ก็คือพวกครีมยืดผมขั้นตอนเดียวทั้งหลายนั้นแหละค่ะ) โดยจะจำหน่ายพร้อมอุปกรณ์ให้ความร้อน (แกนดัดไฟฟ้า) ซึ่งมีการใช้ระบบดิจิตอล (เป็นแผงบอกอุณหภูมิที่เป็นตัวเลข) จึงเกิดมีการบัญญัติศัพย์ทางการตลาดคำใหม่ออกมาว่า ดิจิตอลเพิร์ม โดยที่น้ำยาดัดที่ใช้ส่วนใหญ่ยังคงทำงานที่อุณหภูมิสูงอยู่ (มากกว่า 150 องศาเซลเซียล) ผลก็เป็นอย่างที่เห็นๆ กันคือมีทั้งที่ทำออกมาแล้วดีและไม่ดีปะปนกันไป จนกระทั่งล่าสุดมีการนำน้ำยาดัดที่ทำงานที่อุณหภูมิต่ำลง (120-130 องศาเซลเซียล) เข้ามาจำหน่าย และประกอบกับช่างนี้มีการตื่นตัวเรื่องธุรกิจสปาในบ้านเรา ก็เลยมีคำใหม่มาทำตลาดกันคือ สปาเพิร์ม ค่ะ 

1. การดัดผมดิจิตอลแตกต่างกับการดัดผมธรรมดาอย่างไร?


การดัดผมดิจิตอล คือ การดัดด้วยไฟฟ้า โดยใช้ความร้อนจากแกนดัด ซึ่งเป็นการดัดชนิดถาวรทำให้ลอนที่เกิดขึ้นสามารถอยู่ได้นานยิ่งขึ้น คล้ายๆ กับการยืดผมถาวรน้ำยาที่ใช้ต้องเป็นน้ำยาดัดร้อน ใช้ความร้อนสูงเพื่อกระตุ้นการทำงานของน้ำยา(ตัวเคมี) ถ้าอุณหภูมิไม่ถึงน้ำยาจะทำงานได้น้อยหรือแทบจะไม่ทำงานเลย ส่วนการดัดผมธรรมดาจะใช้น้ำยาดัดเย็น เพราะเวลาดัดไม่ต้องใช้ความร้อนสูง ตัวน้ำยาสามารถทำงานได้ดีที่อุณหภูมิ 17-45 องศาเซลเซียล

 

2. การดัดดิจิตอลเป็นการดัดด้วยไฟฟ้า แล้วจะไม่ทำให้ผมแห้งเสียหรือ?


บางคนกลัวว่าดัดผมด้วยดิจิตอลแล้วจะทำให้ผมแห้งเสีย จริงๆ แล้วการดัดผมมีองค์ประกอบหลายอย่างด้วยกัน คือ น้ำยาที่ใช้ ความร้อนที่ใช้ และวิธีการทำ ถ้ามีองค์ประกอบทั้ง 3 อย่างนี้รับรองว่าผมจะไม่แห้งเสียแน่นอนค่ะ

 

3. ในการดัดดิจิตอลจำเป็นที่จะต้องใช้น้ำยาไฮบริดหรือไม่?


ความสำคัญอีกอย่างก็คือ น้ำยาไฮบริดพัฒนามาเพื่อการยืดผมถาวร และการดัดผมถาวรเช่นกัน เพราะไฮบริดจะไปปรับโครงสร้างผมให้คลายตัวตรง โดยใช้ความร้อนเป็นสื่อบังคับให้ตรง หรือดัดผมให้เป็นลอนด้วยความร้อนเช่นกัน น้ำยาไฮบริด มีสารซิสทีนที่เป็นโปรตีนซึ่งมีอณูเล็กมาก สามารถแทรกซึมเข้าไปในเส้นผม ทำให้ผมมีความนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติโดยไม่แห้งเสีย

 

4. ปัญหาของคนที่ดัดผมดิจิตอล เจอกับเรื่อง ผมฟู ไม่เป็นลอน เกิดจากสาเหตุใด?


ผมฟูเป็นปัญหาเดียวกันกับการยืดผม เพราะความยืดหยุ่นของเส้นผมไม่เพียงพอ การให้ความร้อนในการดัดและน้ำยาโกรกไม่ทั่วถึงด้วย อันนี้ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นผม และประสบการณ์ความชำนาญของช่างทำผม

 

5. แล้วถ้าดัดผมเสร็จแล้วจะทำสีผมเลยได้หรือป่าวค่ะ หลังจากดัดผมแล้วสามารถทำสีเลยได้หรือป่าว ?


ได้ แต่ไม่แนะนำ เพราะจะทำให้ผมแห้งเสียมากขึ้น ควรเว้นระยะประมาณ 2-3 อาทิตย์จะดีกว่า

 

6. แล้วจะดัดผม แบบดัดดิจิตอล หรือ แบบดัดธรรมชาติ ดีกว่ากัน ?


ไม่จำเป็นเสมอไป ขึ้นอยู่กับสภาพผม และความชำนาญในการวิเคราะห์เส้นผมของช่างจะเป็นตัวกำหนดว่าจะทำอย่างไร ควรใช้แบบไหน

 

7. แล้วอย่างนี้จะรู้ได้อย่างไรว่าผมของเราเหมาะกับการดัดผมแบบไหน?


ดัดผมดิจิตอล จะทำให้ลอนดูใหญ่เป็นธรรมชาติ โคนผมจะไม่มีวอลลุ่ม และด้านล่างดูมีวอลลุ่มน้อยมากกว่าดัดธรรมดา แต่ลอนที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติ และสวยกว่า จุดเด่นมากที่สุดของการดัดดิจิตอลคือ เซ็ทแบบไม่ต้องใส่มูส ไม่ต้องใส่เจล แค่เป่่าผมให้แห้ง แล้วใช้นิ้วม้วนๆ ผม ผมก็จะเป็นลอนสวย และอยู่ได้นาน และยังเหมาะกับผู้ที่ผ่านการทำผม และสีผมมามาก

ดัดผมแบบธรรมดา โคนผมจะมีวอลลุ่มเยอะกว่า คนที่ชอบสไตล์ฟูๆ แนะนำให้ดัดแบบธรรมดา คนที่มีผมน้อยอยากให้ผมดูหนาขึ้นก็สามารถดัดแบบนี้ได้ เพราะสามารถยกโคนผมขึ้นทำให้ผมดูหนาขึ้นและดูมีวอลลุ่มมากขึ้น ไม่่ว่าจะดัดผมแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละบุคคลด้วยนะคะ

 

เคล็ดลับทำให้ผมดูมีมิติ ที่ไม่ควรพลาดหลังจากดัดผม คือ ควรทำสีผม เพื่อให้ผมดัดดูมีมิติ เห็นลอนได้ชัดเจน ทำให้หน้าสว่าง เพิ่มความสวยขึ้นมาอีกระดับค่ะ แค่นี้ผมคุณก็จะดูสวยมีมิติได้ไม่อยากค่ะ

 

One thought on “ดัดผมดิจิตอล คืออะไร แตกต่างกับแบบเดิมยังไง ?

  1. สายทางเส้นผม

    ถูกต้องค่ะ จะสวยไม่สวยอยู่ที่ช่างและน้ำยาและสภาพผม

    Reply

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *