“โรคเครียดลงผิว” มีเคล็ดลับกำจัดโรคนี้ค่ะ

โรคผิวเครียด

ตอนนี้มีเทรนใหม่ที่กำลังฮิต แต่คนไม่อยากให้ตัวเองเป็นด้วยนั้นก็คือ  “ผิวเครียด”  หรือที่ใครหลายคนเรียกอีกอย่างว่า “โรคเครียดลงผิว” อาจจะสงสัยว่าเกิดจากสาเหตุใด ซึ่งความจริงแล้วเกิดจากตัวเราเอง เพราะอาการผิวเครียดถูกกระตุ้นโดยความเหนื่อยกายและเหนื่อยใจ จนก่อให้เกิดความเครียด ส่งผลให้เกิดปัญหาของโรคต่าง ๆ ตามมา ซึ่งโรคเครียดลงผิว เป็นโรคหนึ่งที่ทำร้ายผิวหนังของเราทำให้ผิวขาดความเปล่งปลั่งไม่สวยกระจ่างใส วันนี้เคล็ดลับสุขภาพดีชวนไปทำความรู้จักกับโรคเครียดลงผิว พร้อมวิธีรักษาอาการผิวเครียดกันค่ะ

บริษัท เฮลท์คอร์ จำกัด ผู้จัดและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เวชสำอาง แบรนด์ PROVAMED ให้ความรู้ถึงที่มา และอาการของโรคดังกล่าวว่า สาเหตุของโรคเครียดทำร้ายผิวเป็นอาการที่บ่งบอกว่าร่างกายของเรานั้นเหนื่อยและเครียดจนเกินระดับปกติแล้ว ทำให้มีอาการแสดงออกมาทางผิวหนัง เป็นผื่นแดงและคัน หากผู้ป่วยเผลอไปเกาจนผิวหนังเป็นแผลกลายเป็นแผลเปิดประตูรับเชื้อโรคต่าง ๆ ให้เข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น ทำให้เกิดอันตรายจากการติดเชื้อตามมา ซึ่งวิธีสังเกตอาการเมื่อผิวเริ่มเครียด คือผิวจะมีลักษณะเป็นผื่นแดง เป็นขุยที่หน้าตา หัวคิ้ว ข้างจมูก หลังหู ไรผม เรียกว่า “เซ็บเดิร์ม” และเกิดผื่นคล้ายลมพิษขึ้นตอนเย็นหลังเลิกงาน หลังออกกำลังกาย หรือช่วงมีระดู มีผื่นขึ้นตามตัว มักขึ้นในช่วงนอนดึก เครียดจัด อาการลักษณะนี้จะเป็นแล้วหายไปได้เอง แต่สักระยะก็เป็นใหม่อีก

วิธีรักษาอาการผิวเครียดสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ อย่าทำงานหักโหมและพยายามกำจัดความเครียดให้หมดไปรู้จักพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย อย่าให้ร่าง กายเหนื่อยเกินไป ควรทำจิตใจให้แจ่ม ใสเสมอด้วยการฝึกสมาธิ ออกกำลังกายอย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมง เพื่อขับไล่ความเครียดและทำให้ร่างกายได้หลั่งสารความสุขที่เรียกว่า เอ็นโดฟิน ซึ่งสารนี้มีฤทธิ์คลายปวดทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย นอกจากนี้ควรดื่มน้ำสะอาดเพื่อให้ร่างกายสดชื่น บำรุงร่างกายด้วยการกินวิตามินซี สังกะสี น้ำมันตับปลา กินอาหารที่มีธาตุร่าเริง เช่น ข้าวโพดสีเหลือง ปลาสด และมะเขือเทศ

ผิวเครียด

ผิวเครียด

นอกจากนี้ควรเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ดีและมีประสิทธิภาพสูงด้วยคุณสมบัติเฉพาะของเวชสำอาง ได้แก่ เนื้อบางเบา ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมและสารปรุงแต่ง จึงมีความอ่อนโยนต่อผิวพรรณ สามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้เร็ว ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองและทำให้รู้สึกสบายผิวพร้อมทั้งช่วยในการปรับสภาพผิวได้ดีอีกด้วย

เมื่อเราทราบแบบนี้แล้วก็อย่าทำร้ายผิวด้วยวิธีต่าง ๆ มากจนเกินไปและหาเวลาว่างออกกำลังกายเพื่อผ่อนคลายผิวพร้อมทั้งบำรุงผิวให้สดชื่นเปล่งปลั่งอยู่ตลอดเวลา เพียงเท่านี้เราก็มีสุขภาพผิวที่ดีควบคู่กับสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงได้แล้ว คิดว่าคงไม่ยากเกินไปสำหรับชาว Trick2u นะคะ  สู้ๆ เพื่อความสวยกันค่ะ ^_^

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *