อาจารย์นิ่ม เทวจิตศิษย์ปู่

5 พยัคฆ์นักพยากรณ์ ท่านต่อไปที่เราจะพูดถึง คือ

– อาจารย์นิ่ม เทวจิตศิษย์ปู่ ปรมาจารย์แห่งจิตสัมผัสและสื่อเจ้า ผู้ใช้วิชาการพยากรณ์ด้วยจิตสัมผัสบรมครูปู่ฤาษีมาเป็นเวลาถึง 8 ปี อ่านเพิ่มเติม อาจารย์นิ่ม เทวจิตศิษย์ปู่

อาจารย์ดลฤดี หมอดูไฮโซ

5 พยัคฆ์นักพยากรณ์ อีกท่านหนึ่งคือ อาจารย์ดลฤดี หมอดูไฮโซ

สามีภรรยาคู่ไหนที่กำลังคิดจะมีน้องต้องอ่าน!!!

อยากรู้กันบ้างไหม๊??..ว่าควรจะให้น้องเกิดวันเดือนปีไหนดี? เวลาใดดี? ตั้งชื่อว่าอะไรจึงจะช่วยส่งเสริมดวงพ่อแม่ได้? คำถามเหล่านี้ อ่านเพิ่มเติม อาจารย์ดลฤดี หมอดูไฮโซ

หมอแอ้ เดอะเมจิกแมน เจ้าพ่อแห่งศาสตร์ไพ่ทาโร่ต์

เนื้อคู่ฉันยังไม่เกิดสักที…และดูเหมือนยังไม่มีวี่แววจะพบเจอ!! ใครคุ้นๆหรือโดนใจกับเพลงนี้บ้างไหม๊เอ่ยยยย?? แล้วเนื้อคู่ของคุณล่ะ…ตอนนี้อยู่ที่ไหน…
+++ ใครอยากรู้ หมอแอ้ เดอะเมจิกแมน ตอบคำถามนี้ให้คุณได้ +++ อ่านเพิ่มเติม หมอแอ้ เดอะเมจิกแมน เจ้าพ่อแห่งศาสตร์ไพ่ทาโร่ต์

หมอแก้ว ภัตติมาพยากรณ์ ไพ่เหรียญแห่งพลัง

หมอแก้ว ภัตติมาพยากรณ์ ไพ่เหรียญแห่งพลัง

เจ้าแม่ศาสตร์ไพ่เหรียญแห่งพลังผู้โด่งดังและมีแฟนคลับทั่วประเทศขนาดนี้ ท่านมีความเป็นมายังไง!!
++ 1ใน 5 พยัคฆ์นักพยากรณ์แห่ง Horosociety ผู้ทรงพลัง ++ อ่านเพิ่มเติม หมอแก้ว ภัตติมาพยากรณ์ ไพ่เหรียญแห่งพลัง

เลขเด็ด ประจำงวด 16 สิงหาคม 2558

เลขเด็ด ประจำงวด 16 สิงหาคม 2558

แก้วลองเช็คดูว่า เลขไหน จะนำโชคมาให้ อ่านเพิ่มเติม เลขเด็ด ประจำงวด 16 สิงหาคม 2558

พี่ณุ พระราม 2 หมอดูไพ่พรหมญาณ

พี่ณุ เป็น หมอดูไพ่พรหมญาณ ฉายา ที่ได้รับฉายาจากครูบาอริชาติ ณ วัดแสงแก้วโพธิญาณ ว่า “หมอณุพรหรมญาณแม่นล้านเปอร์เซ็นต์”

แก้วรู้จักพี่ณุมาจะ 4 ปีเข้าไปแล้ว พี่ณุคุยสนุกไม่เครียดค่ะ หลังดูเสร็จจะสบายใจพี่ณุ เป็นหมอดูที่ให้คำแนะนำให้เข้าวัด เข้าวา ไม่ได้แนะนำให้ไปทำพิธีสะเดาะเคราะห์กับพี่เขาค่ะ อันนี้คือข้อดี ที่แก้วชอบและประทับใจมากค่ะ

การดูดวงพี่ณุจะดูจากวันเดือนปีเกิดก่อน แล้วมาจับไพ่ตอบเป็นรายคำถาม  แก้วแนะนำว่าให้จดคำถามไปถามล่วงหน้า จะได้ไม่เสียเวลาคิดคำถามเวลาไปดูกับพี่เขาค่ะ ^^

พี่ณุ ไพ่พรหมญาณ 1 พี่ณุ ไพ่พรหมญาณ 2

ราคาค่าดู: 300 บาท

ที่อยู่: หลังโลตัส พระราม2

เวลาดูประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมงค่ะ

ถ้าจะไปดูแก้วแนะนำว่าโทรนัดคิวก่อน

วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ พี่ณุดู 10 คิวค่ะ

วันเสาร์ ถึง วันอาทิตย์ และ วันหยุดพิเศษ พี่ณุดู 16 คิวนะคะ

 

เรียบเรียงโดย Kaew4444  #trick2u #patttimapayakorn #kaew4444

ไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ไฉ่ซิ่งเอี้ย ช่วงตรุษจีนประจำปี 2558

องค์ไท้ส่วย ประจำปี 2558 นี้ มีนามว่า “องค์เอี่ยเซียงไต่เจียงกุง” ซึ่งองค์ไท้ส่วย หรือ เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา เป็นเทพผู้ศักดิ์สิทธิ์ ที่คอยดูแลชะตาชีวิตของผู้คนในแต่ละปี

ซึ่งในรอบ 60 ปี จะมีเทพเจ้า องค์ไท้ส่วย ประจำอยู่ในแต่ละปี รวมทั้งสิ้น 60 องค์ ซึ่งทำหน้าที่รักษาและคุ้มครองดวงปี หรือ เฝ้าปี อยู่ ซึ่งแต่ละองค์จะมีอำนาจให้คุณ ดลบันดาลความสุข โชคเคราะห์ ทุกข์ภัย หรือให้โทษแก่ผู้ใด ก็ขึ้นอยู่กับพระเมตตาของท่าน โดยเฉพาะท่านที่มีเคราะห์ หรือพื้นดวงชะตาตก ทำอะไรก็ติดขัดไม่ราบรื่น สมหวัง ท่านก็จะช่วยปัดเป่า เคราะห์ภัย บังเกิดแต่ความเป็นศิริมงคล มาสู่ตัวท่านและครอบครัว

ประเพณีการไหว้ฝากดวงชะตาต่อองค์ไท้ส่วย ในช่วงเริ่มต้นปีใหม่ของจีน(ตรุษจีน) ของทุกๆปี ก็เพื่อให้ท่านที่มีพื้นดวงดีอยู่แล้ว ให้ดียิ่งๆขึ้นไป ส่วนใครที่มีพื้นดวงไม่ค่อยดี ก็จะช่วยขจัดปัดเป่า ผ่อนหนักเป็นเบา แก้ร้ายเป็นดี และโดยเฉพาะท่านที่มีปีเกิดไปชงหรือทับกับองค์ไท้ส่วย ซึ่งในแต่ละปีจะแตกต่างกันออกไป

ปีนี้ผู้ที่ควรต้องไหว้องค์ไท้ส่วย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอจากคนทั่วไปที่ต้องการไหว้ เพื่อเกิดความเป็นสิริมงคลต่างๆแล้ว ได้แก่คนที่เกิดปีชง กับองค์ไท้ส่วยประจำปีนี้ (ปีมะแม) ได้แก่ ท่านที่เกิดปีฉลู (ชงโดยตรงกับปีมะแม) , ท่านที่เกิดปีมะแม (ทับองค์ไท้ส่วย) , ปีมะโรง และปีจอ (ปีร่วมชง)

และท่านที่เกิดปีดังกล่าว ห้ามท่านไปเป็นเจ้าภาพงานศพ หรือไปร่วมพิธีงานศพ แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ห้ามไปไหว้ศพ หรือไปร่วมส่งศพ ให้ดีก็ใส่ซองไปแทนดีกว่า เพราะเมื่อมีเคราะห์ การไปในสถานที่ซึ่งมีวิญญาณต่างๆ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อตัวเอง รวมถึงสถานที่อโคจรต่างๆ เช่นสุสาน วัดร้าง และการท่องเที่ยวในยามราตรี ก็ควรลดน้อยลง หรือหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด โดยเฉพาะท่านที่เกิดปีฉลู ปีนี้ถือว่าชงโดยตรง และปีแม ที่ปีเกิดทับปีนักษัตร ซึ่งในตอนท้ายจะแนะนำวิธีทำบุญเพิ่มเติมด้วย

การไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภปีนี้ 2558 ฤกษ์ที่ดีที่สุดในการไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภในปีนี้ ตรงกับเช้ามืดของ วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 01.00-03.00 น. (หลังเที่ยงคืนของวันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558) ซึ่งเป็นช่วงที่ฟ้าเปิด เป็นฤกษ์ที่ดีที่สุด โดยปีนี้องค์ไท้ส่วย จะเสด็จมาทาง ทิศ ตะวันตก

(ซึ่งฤกษ์วันและเวลา จะเปลี่ยนไปทุกปีนะครับ ไม่ตรงกัน รวมถึงทิศที่องค์ไท้ส่วยจะเสด็จมาด้วย)

เครื่องสักการะ บูชาเทพเจ้าแห่งโชคลาภ มีดังนี้

1. รูปภาพ หรือ รูปปั้น องค์ไท้ส่วย หากไม่มี เวลาไหว้ ก็ให้ระลึกถึง
2. แจกันดอกไม้สด 1 คู่
3. เทียนแดง 1 คู่
4. กระถางธูป 1 ใบ(ปกติให้ใช้แยกต่างหาก เพราะเมื่อไหว้เสร็จแล้ว ต้งออัญเชิญเข้าบ้าน และตั้งบูชาไว้ตลอดปี)
5. ธูป 3 ดอก ต่อหนึ่งท่าน
6. หงิ่งเตี๋ย 12 ชุด
7. กิมหงิ่งเต้า 1 คู่
8. เทียงเถ้าจี๊ 1 ชุด
9. ผลไม้ 5 อย่าง
10. สาคูแดงต้มสุก 5 ถ้วย (ต้มสาคู แล้วใส่น้ำแดงเฮลบลูบอยลงไป)
11. น้ำชา 5 ถ้วย
12. ข้าวสวย 5 ถ้วย
13. เทียบเชิญแดง 1 แผ่น (สำคัญมาก)
14. ขนมจันอับ 1 จาน
15. กระดาษสีเขียว 1 แผ่น (เทียบเชิญสีเขียว)
16. เจไฉ่ 5 อย่าง (เช่น เห็ดหอม, เห็ดหูหนู, ดอกไม้จีน, วุ้นเส้น, ฟองเต้าหู้)

ซึ่งโดยปกติ ชุดไหว้องค์ไฉ่ซิ่งเอี้ย จะมีขายตามศาลเจ้าจีนทั่วไป หรือร้านขายพวกของมงคลของจีน ซึ่งเมื่อซื้อมาแล้ว ก็ให้เปิดออกมาเช็คดูครับ เพราะบางที่อาจไม่ครบ จะได้เตรียมหาเพิ่มเติมให้เรียบร้อยก่อน ส่วนพวกของไหว้ อย่างข้าวสาร,ผลไม้,สาคูแดง และเจไฉ่ ให้เตรียมในวันไหว้ได้

หากหาได้ครบหรือไม่ครบ ก็ไม่เป็นไรนะคะ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ต้องมีเทียบเชิญสีแดง และสีเขียว สองอย่างนี้ จำเป็น เพราะเราต้องเขียนชื่อและที่อยู่ของเราลงไป รวมถึงเขียนเชิญ องค์ไท้ส่วย หาได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น เพียงแต่เวลาและทิศทาง ให้ถูกต้องตามฤกษ์ของปีนี้ค่ะ

 

ข้อมูลจาก :  www.modonut.net

ภาพจาก : www.horoworld.com

ปฏิบัติในวันตรุษจีน ที่ควรทำ

ในวันตรุษจีนปีสิ่งที่ควรทำ มีด้วยกัน 10 ข้อดังต่อไปนี้ค่ะ

1. ไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ และไหว้ผีไม่มีญาติ

วันที่ชาวจีนต้องไว้เจ้านั้นเราเรียกว่า “วันซาจั๊บ” โดยมักจะทำในช่วงเช้าหลังจากที่ไหว้เจ้าในบ้าน คือ ตีจูเอี๊ยะและไหว้บรรพบุรุษ แล้วในตอนเที่ยงจึงไหว้ผีไม่มีญาติ โดยของไหว้จะมีทั้งอาหารคาว เช่น เป็ด ไก่ รวมถึงอาหารหวานด้วย จะมากหรือจะน้อย ก็ขึ้นอยู่กับฐานะของผู้ไหว้ นอกจากนี้ก็ยังต้องมีเครื่องกระป๋อง ข้าวสาร และเกลือ เพื่อให้ผีไม่มีญาติได้นำออกไปและเมื่อไหว้เสร็จก็ต้องจุดประทัด จากนั้นจึงเอาข้าวสารมาผสมกับเกลือแล้วนำมาโปรยเพื่อขับไล่สิ่งที่ไม่ดีให้หมดไป

2. รวมญาติกินเกี๊ยว

สิ่งที่สำคัญมากอีกหนึ่งประการของวันตรุษจีน คือ เป็นวันนัดรวมญาติ เพราะถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ทุกคนในครอบครัวจะต้องเดินทางมาร่วมโต๊ะกินเกี๊ยวด้วยกันในวันซาจั๊บ ซึ่งถือเป็นมื้อสุดท้ายก่อนจะถึงวันปีใหม่หรือ “วันชิวอิก” (วันแรกของปีใหม่ของชาวจีน คือ วันชิวอิก) และเหตุที่ต้องเป็น “เกี๊ยว” ก็เพราะรูปร่างของเกี๊ยวมีลักษณะเหมือนกับ “เงิน” ของจีน จึงแฝงความหมายเป็นนัยว่าให้มั่งมีเงินทองนั่นเอง

3. กินเจมื้อเช้า คือ มื้อแรกของปี

ในวันชิวอิก (วันแรกของปีใหม่ของชาวจีน) คนจีนจะกินเจเป็นอาหารมื้อแรก ซึ่งถือว่าเป็นมื้ออาหารแรกของปี โดยมีเชื่อว่าจะได้บุญเหมือนกับกินเจตลอดทั้งปี

4. ทำพิธีรับ “ไฉ่ สิ่ง เอี้ยะ”

“ไฉ่ สิ่ง เอี้ยะ” เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภและเป็นเทพพิทักษ์ทรัพย์ จึงมักจะมีการทำพิธีรับเทพซึ่งเปรียบได้กับการทำพิธีรับโชคลาภ โดยทั่วไปมักจะทำพิธีในช่วงเวลาหลังเที่ยงคืนไปจนถึงตีหนึ่งของวันซาจั๊บ

5. ห้ามกวาดบ้าน

ในวันขึ้นปีใหม่ของจีนจะไม่มีการกวาดบ้านจนกว่าจะถึง “วันชิวสี่” (วันชิวสี่ คือ วันที่สี่ของเทศกาลตรุษจีน โดยปกติ จะแบ่งเป็น วันจ่าย วันไหว้ วันเที่ยว และวันชิวสี่) เพราะถ้ากวาดบ้านในวันปีใหม่จะถือว่าเป็นการกวาดเอาสิ่งที่เป็นมงคลทิ้งไป ดังนั้น ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีการทำความสะอาดบ้าน ปัดกวาดหยากไย่ครั้งใหญ่ก่อนจะเข้าสู่วันขึ้นปีใหม่ เพื่อที่ว่าพอวันปีใหม่มาถึงก็จะงดทำความสะอาดบ้านนั่นเอง แต่อย่างไรก็ดีหากบ้านใครสกปรกมากจนทนไม่ไหวก็สามารถแก้เคล็ดได้ด้วยการกวาดจากหน้าบ้านเข้าไปในบ้านแทนได้

6. ติดตุ๊ยเลี้ยง หรือ คำอวยพรปีใหม่

เมื่อก่อนคนจีนที่พอมีความรู้จะเขียน “ตุ๊ยเลี้ยง” เอง โดยใช้หมึกดำหรือสีทองเขียนคำอวยพรลงบนกระดาษสีแดง ท่านใดไม่มีความรู้ด้านภาษาจีน ก็สามารถไปจ้างมืออาชีพเขียนให้ได้ โดยแหล่งใหญ่ก็อยู่ในย่านไชน่าทาวน์ หรือ เยาวราชนั่นเอง

ส่วนคำอวยพรที่นิยมเขียน ประกอบด้วยตัวอักษร 7 ตัว เขียนเป็นคำกลอน โดยมากจะอวยพรให้ “ทำมาค้าขึ้น หรือ ให้มั่งมีเงินทอง” จากนั้นจะนำมาติดตามสองข้างประตูบ้าน และต้องมีอีก 1 แผ่นสำหรับติดทางขวางตรงกลางทางเข้า-ออก แผ่นนี้จะต้องเขียนคำว่า “ชุก ยิบ เผ่ง อัง” ซึ่งมีความหมายว่า เข้า-ออกโดยปลอดภัย นอกจากนี้ ชาวจีนยังนิยมติดภาพเด็กผู้หญิง-เด็กผู้ชาย ที่เรียกว่า “หนี่อ่วย” ซึ่งถือเป็นภาพมงคลของจีนที่มักติดบริเวณประตูหน้าบ้าน

7. ใส่เสื้อผ้าใหม่สีสันสดใส

ในวันมงคลเช่นนี้ชาวจีนนิยมใส่เสื้อผ้าใหม่ สีสันสดใส เพราะเชื่อว่าจะทำให้มีแต่สิ่งดีๆ สิ่งใหม่ๆ เข้ามาในปีใหม่นี้ด้วย โดยการเลือกเสื้อสีสดก็เปรียบได้กับความสว่างสดใสและความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ซึ่งสีที่เป็นที่นิยมที่สุด ก็คือ “สีแดง” หมายถึง ความมงคล มั่งคั่ง

8. ส้ม 4 ผล อวยพรผู้ใหญ่

ธรรมเนียมที่ต้องปฏิบัติในวันชิวอิก (วันแรกของปีใหม่จีน) คือ ทุกคนจะต้องนำส้ม 4 ผล ไปกราบขอพรผู้ใหญ่ โดยผู้ใหญ่ซึ่งเป็นเจ้าบ้านเองก็จะเตรียมเมล็ดแตงโมย้อมสีแดงไว้รวมถึงลูกสมอจีนเอารอรับแขกอยู่แล้ว และเมื่อมีผู้มาอวยพรพร้อมกับส้ม 4 ผล เจ้าบ้านก็จะรับส้มมา 2 ผล พร้อมกับนำส้มในบ้านตนเองไปวางคืนให้กับแขก 2 ผล

9. รับอั่งเปา

วันตรุษจีนถือเป็นอีกวันสำหรับเด็กๆ ที่ต่างตั้งตารอคอยวันนี้มาตลอด เพราะเป็นวันที่จะได้รับซองแดงใส่เงินขวัญถุง จากผู้ใหญ่เพื่อให้โชคดีตลอดทั้งปี โดยมารยาทก่อนจะรับซองแดงต้องอย่าลืมกล่าวคำว่า “ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้” เพื่ออวยพรผู้ใหญ่ก่อนเสมอ

10. ไหว้เจ้าเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

นอกจากในวันซาจั๊บแล้ว ในวันชิวอิกนี้ก็ยังต้องมีการไหว้ไหว้บรรพบุรุษ เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ที่ล่วงลับไปแล้วด้วย และที่สำคัญก็ยังต้องไหว้เจ้าเพื่อขอให้เทพเจ้าช่วยดลบันดาลให้ชีวิตของคุณและครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญในชีวิต

เสริมความเฮง ให้ห้องรับแขก

ห้องรับแขกถือว่าเป็นหน้าตาของบ้าน เรามาเสริมความเฮงให้กับห้องนี้กันดีกว่าค่ะ

1. จัดวางองค์เทพเจ้า “ฮก ลก ซิ่ว” ในด้านกำแพงฝั่งซ้ายมือของเรา เมื่อหันหน้าออกหน้าบ้าน เทพเจ้าฮก หมายถึง โชคลาภความมั่งคั่ง ร่ำรวย เทพเจ้าลก หมายถึง อำนาจ บารมี ยศฐาบรรดาศักดิ์ เทพเจ้าซิ่ว หมายถึง อายุยืนยาว ปราศจากโรคภัยเพื่อเสริมความมงคลให้กับทุกคนในบ้าน

2. จัดวางหินก้อนกลมที่โต๊ะรับแขก จะทำให้ทุกคนในบ้านมีความสมัครสมานสามัคคีกลมเกลียว

3. จัดวางหินธรรมชาติที่เป็นรูปทรงถ้ำหรือภูเขา เพื่อเสริมบารมีให้แก่ทุกคนในบ้าน เวลาออกไปติดต่อประสานงานก็จะมีคนคอยสนับสนุน ช่วยเหลือให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

4. ไม่ควรมีเสาอยู่ภายในห้องรับแขก เพราะเสานั้นจะขัดขวางการหมุนเวียนของพลังชี่บวก หรือทำให้การหมุนเวียนของทิศทางลมไม่คล่อง สามารถแก้ไขได้โดยการนำกระถางต้นไม้มาวางที่เสาทั้ง 4 ด้าน หรือทำบิ้วอินตู้ติดกับเสาไปเลยก็ดี แถมมีประโยชน์ด้วย

5. การจัดวางตู้ปลาหรืออ่างน้ำที่มีหินหมุน ทำให้คนในบ้านมีจิตใจที่เย็นลง ลดความขัดแย้งภายในครอบครัว มีความรักใคร่สามัคคีกันดี

6. การวางกระจกเงาในห้องรับแขก ห้ามให้สะท้อนหาประตูหรือหน้าต่าง เพราะจะสะท้อนพลังชี่บวกหรือพลังกระแสทรัพย์ให้ตีออกไป ไม่เข้ามาในบ้าน ควรรื้อออก หรือทำผ้าม่านมาปิด

ใส่แหวนนิ้วไหน ให้เป็นมงคล

อยากเสริมมงคลให้กับตัวเองได้ไม่อยาก เรามาดูว่านิ้วไหน ใส่แล้วเสริมมงคลกันยังไงได้เลยค่ะ

1. ใส่แหวนที่นิ้วชี้ ถ้าต้องการใส่แหวนเพื่อเพิ่มอำนาจ บารมี เพราะความหมายของการใส่แหวนที่นิ้ชี้นั้นจะเป็นการเสริมในเรื่องของอำนาจ บารมี ยิ่งถ้าคุณมีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ต้องเป็นผู้นำด้วยแล้วละก็ การใส่แหวนนิ้วชี้ก็จะเพิ่มอำนาจในการสั่งการมากขึ้นอีกด้วย

2.ใส่แหวนที่นิ้วกลาง หากต้องการความสำเร็จไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้าที่การงาน หรือเรื่องส่วนตัว ซึ่งคงเป็นความต้องการของมนุษย์ทุกคน ถ้าคุณต้องการให้ชีวิตมีความสำเร็จ เพราะการใส่แหวนนิ้วกลางจะช่วยเพิ่มความสำเร็จให้กับชีวิตของคุณ

3.ใส่แหวนที่นิ้วนาง การใส่แหวนที่นิ้วนางนั้นจะมีความหมายในเรื่องของความรัก ดังนั้นการใส่แหวนที่นิ้วนางก็จะส่งเสริมเรื่องของความรักให้ดียิ่งขึ้นนั้นเอง

4.ใส่แหวนที่นิ้วก้อย การใส่แหวนที่นิ้วก้อยนั้นจะหมายถึงการเสิรมความร่ำรวย แต่ก็มีเคล็ดลับอยู่นิดนึ่งตรงที่ว่า ถ้าคุณอยากเสริมความร่ำรวยด้วยการใส่แหวนที่นิ้วก้อยนั้น คุณต้องปล่อยเล็บให้ยาวด้วยและการปล่อยเล็บให้ยาวนั้นมีหลักว่า เล็บนิ้วก้อยต้องมีความยาวไม่ต่ำกว่าข้อนิ้วนาง และเล็บต้องมีความยาวไม่เกินจมูกเล็บของนิ้วนางด้วย

5.อย่าใส่แหวนที่นิ้วโป้งถ้าดวงคุณไม่ใช่ดวงเศรษฐีเพราะนิ้ในี้ถ้าใส่แหวนมักจะทำอะไรก็ไม่ค่อยสำเร็จ ติดๆ ขัดๆ หรือไม่ก็โชคไม่ดี ยังไงก็ลองดูก็ได้ครับลองทดลองตัวเองก่อน ว่าใส่แหวนที่นิ้วโป้งหรือเปล่า แล้วมันเป็นอย่างที่บอกไหม ถ้าไม่ใช่ก้ต้องต้องเชื่อครับเพราะผมว่าตามความหมายของการใส่แหวน การใส่แหวนที่นิ้วโป้งนั้น จะหมายถึงความล้มเหลว ความเสื่อมในชีวิต และเป็นนิ้วที่ต้องห้ามในการใส่แหวน