รวมอาหารคลายร้อน ยอดฮิต

เดือนนี้เป็นเดือนที่ร้อนที่สุดแห่งปีเลยขอรวบรวมอาหารที่ช่วยคลายร้อนมาฝากกันค่ะ

อันดับ 1 ไอศครีม ยอดฮิตตลอดกาล

ไอศครีม
ไอศครีม

อันดับ 2 น้ำแข็งใส  อาทิเช่นขนมปังเย็น เฉาก๊วย รวมมิตร

น้ำแข็งใส
น้ำแข็งใส

อันดับ 3 น้ำอัดลมแช่เย็น หรือ น้ำหวานต่างๆ นำมาใส่น้ำแข็งค่ะ

น้ำอัดลม
น้ำอัดลม

อันดับ 4 ข้าวแช่ อาหารไทยสมัยก่อนที่นิยมกันมาก หอม เย็นชื่นใจ

ข้าวแช่
ข้าวแช่

อันดับ 5 ผลไม้แช่เย็น อย่างเช่น แตงโม สมัยก่อนไม่มีตู้เช่น แตงโมจะฮิตมาก ที่หน้าร้อนต้องมีติดบ้าง

แตงโมแช่เย็น
แตงโมแช่เย็น

5 วิธีคิดให้ชีวิตไม่เครียด

คนเราเครียด กลุ้มใจ ปัญหาต่างๆ มากมาย ทำให้คนเดี๋ยวนี้ทุกข์ และ เครียดได้ตลอดเวลา วันนี้ขอเอาวิธีคิดให้ชีวิตไม่เครียดมาฝากกันค่ะ

  1. ทำใจให้เป็นสุข เราจะสุขหรือทุกข์นั้นอยู่ที่ความคิดของเราเป็นตัวกำหนด ถ้าเราตื่นเช้าขึ้นมาและบอกกับตัวเองในทุก ๆ เช้าว่า วันนี้เป็นวันดี ๆ อีกวันหนึ่ง ขอบคุณที่เรายังหายใจ ขอบคุณที่เรายังเดินได้ และยังมีแรงทำงาน ลุกจากที่นอนแล้วบอกตัวเราในกระจกว่า วันนี้จะเป็นวันที่ดี วันที่สดใสของเรา บอกกับ ตัวเองอย่างนี้ทั้งวัน จนเราเชื่อว่ามันเป็นอย่างนั้นจริง และให้มันเป็นไปโดยอัตโนมัติ ความสุขจะเกิดขึ้นที่ใจของเราเอง ซึ่งทำให้เราทำงานด้วยความสุขตลอด ทั้งวัน แม้ว่าจะเจออุปสรรคปัญหานานาประการ แต่เราจะผ่านพ้นไปได้ด้วยทัศนคติดี ๆ ที่เรามี ช่วยเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดีด้วยตัวของเรา และใจของเราเอง
  2. เติมเสียงหัวเราะในทุกสถานการณ์ ถึงแม้บางคราวเรารู้สึกว่ายากเหลือเกินที่จะทำใจให้สนุก นั่นเป็นเพราะเราเคร่งเครียดและจริงจังมากเกินไป ถึงเวลาแล้วที่เราต้องปลดปล่อยมันออกมา ยารักษาความเครียดที่ดีที่สุดคือเสียงหัวเราะ การมองเรื่องแย่ ๆ ในแง่บวก ยิ้มและหัวเราะให้กับเรื่องที่เราเจอ แทนที่จะปล่อยให้ตัวเองติดอยู่กับความทุกข์ จะช่วยให้เราผ่อนคลาย และรู้สึกดีขึ้น
  3. ใช้เวลากับสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์ การยึดติดกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องที่เปล่าประโยชน์มาก ๆ ก่อนอื่นเราต้องยอมรับว่า สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วเราตามไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีก เปลี่ยนความหม่นหมองเป็นพลังผลักดันในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้เกิดประโยชน์จะดีกว่า ไม่เพียงแต่เราจะสามารถลดความวิตกกังวลได้แล้ว ยังช่วยให้เรารู้สึกดีกับความสำเร็จในครั้งใหม่อีกด้วย
  4. หยุดพักความคิด ถ้าเรารู้สึกว่า เราชักจะจมอยู่กับความผิดหวังความท้อแท้ ดิ่งลึกลงไปทุกทีแล้วล่ะก็ ควรจะหยุดพักความคิดสัก
    10 นาที หรือ 1 ชั่วโมง แล้วหันไปทำอย่างอื่นเพื่อดึงตัวเองให้หลุดออกจากปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เราเกิดทัศนคติทางลบ เมื่อเราถอยออกมาจากเหตุการณ์นั้น ถอยออกมาเพื่อมองย้อนกลับเข้าไปใหม่ เราอาจเห็นทางออกของปัญหาที่รุมเร้าก็เป็นได้
  5. เตือนตัวเองด้วยข้อความให้กำลังใจ บนโต๊ะทำงานนอกจากเอกสารกองโตแล้ว อาจจะหากระปุกลูกอมบรรจุกระดาษม้วน ๆ ข้างในเป็นข้อความแทนความ รู้สึกดี ๆ จากครอบครัว จากเพื่อน หรืออาจเป็นข้อความจากที่อื่นที่เราประทับมาใส่ไว้ เมื่อไรก็ตามที่เรารู้สึกท้อแท้กับวันแย่ ๆ ให้หยิบข้อความขึ้นมาอ่าน ความรู้สึกดี ๆ จะถูกดูดซึมผ่านเข้าสู่จิตใจของเรา และทำให้เรามีรอยยิ้ม และมีกำลังใจขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

รีวิว ร้านสเต็กหน้าบ้าน ที่รามอินทรา 21

ได้ฤกษ์เขียนรีวิว ร้านอาหารที่อยากแนะนำให้เพื่อนๆ ไปทานสักที  ว่าจะลงมือเขียนก็พลัดผ่อนมาหลายเดือน

ถ้าใครอยู่แถวรามอินทรา หรือ มีโอกาสแวะเวียนไปแถวนั้น อยากให้ลองแวะไปทานร้านนี้จังค่ะ เป็นร้านเล็กๆ แต่ตกแต่งได้โดนใจสบายๆ เหมือนทานอาหารกันเองในบ้าน ชื่อร้านสเต็กหน้าบ้าน เปิดช่วงเย็นนะคะ

ร้านสเต็กหน้าบ้าน
ร้านสเต็กหน้าบ้าน

นี้เป็นบรรยากาศด้านหน้าร้านค่ะ

ร้านสเต็กหน้าบ้าน
ร้านสเต็กหน้าบ้าน

ต้องเดินขึ้นบันไดไปนะคะ

ร้านสเต็กหน้าบ้าน
ร้านสเต็กหน้าบ้าน

นี้เป็นส่วนด้านนอกห้องแอร์ค่ะ โล่งโปร่งสบายดีค่ะ

ร้านสเต็กหน้าบ้าน
ร้านสเต็กหน้าบ้าน

บรรยากาศภายในร้านค่ะ

ร้านสเต็กหน้าบ้าน
ร้านสเต็กหน้าบ้าน
ร้านสเต็กหน้าบ้าน
ร้านสเต็กหน้าบ้าน
ร้านสเต็กหน้าบ้าน
ร้านสเต็กหน้าบ้าน

เมนูขนมหวานแนะนำ ของทางร้านสเต็กหน้าบ้านค่ะ

แต่วันที่ไปไม่ค่อยอยากของหวานเลยไม่ได้ถ่ายรูปมาอวดกัน เอาเมนูของหวานไปชมแทนก่อนนะคะ ^^

ร้านสเต็กหน้าบ้าน
ร้านสเต็กหน้าบ้าน

ส่วนนี้เป็นเมนูของทางร้านค่ะ มีตั้งแต่ สเต็ก สปาเกตตี้ ข้าวผัด พวกกระเพรา/ขี้เมาต่างๆ ซุป ไก่ม้วนผักโขม ฯ

ร้านสเต็กหน้าบ้าน
ร้านสเต็กหน้าบ้าน
ร้านสเต็กหน้าบ้าน
ร้านสเต็กหน้าบ้าน
ร้านสเต็กหน้าบ้าน
ร้านสเต็กหน้าบ้าน

ของแก้วจานนี้เลยค่ะ สเต็กหมู น่าทานอร่อยดีค่ะ

ร้านสเต็กหน้าบ้าน
ร้านสเต็กหน้าบ้าน

สเต็กปลาแซลมอนจ้า อันนี้ของเพื่อนที่ไปด้วยกัน

ร้านสเต็กหน้าบ้าน
ร้านสเต็กหน้าบ้าน

ร้านตั้งอยู่ในซอยรามอินทรา 21 เข้าซอยมาประมาณ 400 เมตรนะคะ  อยู่ด้านขวามือค่ะ

ร้านเปิด : บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 17:00-22:00 น.

เบอร์ติดต่อ  : 081-662-7480

ร้อยเรียงเรื่องอร่อยโดย Kaew4444

บอกรัก ฉัน รัก เธอ ภาษาต่างๆ

ใกล้วันแห่งความรักเข้ามาทุกวัน เลยเอาภาษาบอกรักมาฝากกันค่ะ

love you
love you

คำบอกรัก ภาษาต่างๆ

– ภาษาไทย เรียกว่า ฉันรักเธอ

– ภาษาอังกฤษ เรียกว่า ไอ เลิฟ ยู (I Love You)

– ภาษาจีนกลาง เรียกว่า หว่อ อ้าย หนี่ (Wo ai ni)

– ภาษาจีนแคะ เรียกว่า ไหง อ้อย หงี (Ngai oi ngi)

– ภาษาฮกเกี้ยน เรียกว่า อั๊ว นาย ลู่ (Auo ai Lu)

– ภาษาพม่า เรียกว่า จิต พา เด (chit pa de)

– ภาษาเขมร เรียกว่า บอง สรัน โอน (Bon sro Iahn oon)

– ภาษาเวียดนาม เรียกว่า ตอย ยิ่ว เอ๋ม (Toi yue em)

– ภาษามาเลเซีย เรียกว่า ซายา จินตามู (Saya cintamu)

– ภาษาอินโดนีเซีย เรียกว่า ซายา จินตา ปาดามู (Saya cinta padamu)

– ภาษาฟิลิปปินส์ เรียกว่า มาฮัล กะ ตา (Mahal ka ta)

– ภาษาญี่ปุ่น เรียกว่า คิมิ โอ ไอ ชิเตรุ (Kimi o ai X eru)

– ภาษาเกาหลี เรียกว่า โน รุย สะรัง เฮ (No-rui sarang hae)

– ภาษาเยอรมัน เรียกว่า อิคช์ ลิบ ดิกช์ (Ich Liebe Dich)

– ภาษาฝรั่งเศส เรียกว่า เฌอแตม (Je taime)

– ภาษาฮอลแลนด์ (ดัชต์) เรียกว่า อิค เฮา ฟาวน์ เยา (Ik hou van jou)

– ภาษาสวีเดน เรียกว่า ย็อก แอลสการ์ เด (Jag a Lskar dig)

– ภาษาอิตาลี เรียกว่า ติ อโม (Ti amo)

– ภาษาสเปน เรียกว่า เตอ เควียโร (Te quiero)

– ภาษารัสเซีย เรียกว่า ยาวาส ลุยบลิอู (Ya vas Liubliu)

– ภาษาโปรตุเกส เรียกว่า อโม-เท (Amo-te)

– ภาษาตุรกี เรียกว่า เซนี เซวีโยรัม (Seni Seviyorum)

– ภาษาของชาวกระเหรี่ยง เรียกว่า เจ๊อ แอะ นา ก็แปลว่า ฉันรักเธอ ^^

5 สถานที่โรแมนติกในกรุงเทพ

ผ่านเวลาเทศกาลมาปุ๊ปก็เข้าใกล้เทศกาลวันแห่งความรักกันอีกแล้วนะคะ  ใครที่ยังคิดหาสถานที่โรแมนติกไม่ออก ลองมาดูสิว่า Trick2U แนะนำสถานที่ไหน เพื่อให้คุณพาคนที่คุณรัก สวีทกัน ในช่วงเทศกาลวันแห่งความรักนี้ค่ะ

ถ้าต้องการความอินเทรน อันดับแรก ขอแนะนำ คือ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ (ASIATIQUE, The Riverfront) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า เอเชียทีค ตรงถนนเจริญกรุงค่ะ

สะพานพระราม 8
สะพานพระราม 8

อันดับสอง คือ  สะพานพระราม 8 ถนนพระอาทิตย์ ยิ่งเดินชมความงามยามค่ำคืน และ บอกรัก รับรองว่าที่นี้ก็สร้างความประทับใจให้คุณไม่น้อยเลยที่เดียวค่ะ

 

สวนรถไฟ
สวนรถไฟ

อันดับสาม คือ สวนรถไฟ  ชวนกันไปเดินเล่น ปั่นรถจักรยาน ปิกนิค โรแมนติกไปอีกแบบค่ะ

ท้องฟ้าจำลอง
ท้องฟ้าจำลอง

อันดับสี่ คือ ท้องฟ้าจำลอง ชวนคนรัก ไปนอนชมดาว กลางกรุงเทพ ก็เก๋ไปอีกแบบนะคะ

ชายทะเลบางขุนเทียน
ชายทะเลบางขุนเทียน

อันดับสุดท้ายนี้ คือ  ชายทะเลบางขุนเทียน ร้านอาหารริมทะเล ใกล้ๆ นี้ เป็นอีกทางที่คุณจะเลือกไปบอกรักคนรักของคุณ

 

สี กุหลาบ สื่อ ความหมายอะไรบ้าง

สีแดง สื่อความหมายถึง ความรักและความปราถนา เป็นดอกไม้ของกามเทพ คิวปิด และอีรอส เป็นสิ่งนำโชคนำความรักมาให้แก่หญิงหรือชายที่ได้รับ

สีชมพู สื่อความหมายถึง ความรักที่มีความสุขอย่างสมบูรณ์

สีขาว สื่อความหมายถึง ความมีเสน่ห์ ความบริสุทธิ์ มิตรภาพ และความสงบเงียบ และนำโชคมาให้แก่หญิงหรือชายเช่นเดียวกับกุหลาบแดง

สีเหลือง สื่อความหมายถึง เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอนะ

สีขาวและแดง สื่อความหมายถึง ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

สีส้ม สื่อความหมายถึง ฉันรักเธอเหมือนเดิม

รวมคำอวยพร วันตรุษจีน

รวมคำอวยพรวันตรุษจีนความหมายดีๆ มาฝากกันค่ะ

恭喜发财 กงสี่ฟาไฉ..ขอให้ร่ำรวย

财源广进 ไฉเหยียนกว่างจิ้น…เงินทองไหลมา
招财进宝 เจาไฉ่จิ้นเป่า..เงินทองไหลมา
年年有余 เหนียนเหนียนโหย่วหยวี๋..เหลือกินเหลือใช้
事事顺利 ซื่อซื่อซุ่นลี่..ทุกเรื่องราบรื่
玉满堂 จินยวี้หม่านถัง..ร่ำรวยเงินทอง
一本万利 อิ้เปิ่นว่านลี่…กำไรมากมาย
大吉大利 ต้าจี๋ต้าลี่…ค้าขายได้กำไร
年年发财 เหนียนเหนียนฟาไฉ…รำรายตลอดไป
龙马精神 หลงหม่าจินเสิน..สุขภาพแข็งแรง
吉祥如意 จี๋เสียงหยูอี้..สมปรารถนา
好运年年 เห่ายวิ่นเหนียนเหนียน..โชคดีตลอดไป

 

四季平安 ซื่จี้ผิงอัน..ปลอดภัยตลอดปี
一帆风顺 อี้ฝันฟงซุ่น..ทุกอย่างราบรื่น
万事如意 (ว่านซื่อหรูอี้) … ทุกเรื่องสมปรารถนา
家好运气 (เจียห่าวยวิ่นชี่) …ความโชคดีเข้าบ้าน
事事顺利 (ซื่อซื่อซุ่นลี่) … ราบรื่นในทุก ๆ เรื่อง
吉祥如意 (จี๋เสียงหรูอี้) … เป็นสิริมงคลสมดังปรารถนา
好运年年 (ห่าวยวิ่นเหนียนเหนียน) …โชคดีตลอดไป
一帆风顺 (อี้ฝานเฟิงซุ่น) … ทุกอย่างราบรื่น
幸福如意 (ซิ่งฝูหรูอี้) … มีความสุขสมปรารถนา

ความหมาย ของไหว้ตรุษจีน

ทราบกันหรือป่าวค่ะว่า เวลาที่เรานำของไหว้วันตรษจีนมีความหมายยังไงกันบ้าง ถ้าไม่ทราบลองมาอ่านกันดูนะคะ

ขอเริ่มจาก ของไหว้ ซาแซ-โหงวแซ

ไก่ หมายถึง ความสง่างาม ขุนนาง ยศ และ ความขยันขันแข็ง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
เป็ด หมายถึง สิ่งที่บริสุทธิ์ ความสะอาด ความสามารถอันหลากหลาย
ปลา หมายถึง เหลือกินเหลือใช้ อุดมสมบูรณ์
หมู หมายถึง ความอุดมสมบรูณ์ มีกินมีใช้
ปลาหมึก หมายถึง เหลือกินเหลือใช้(เหมือนปลา)
ตับ เพื่อให้ก้าวหน้าในงานเพราะคนจีนแต้จิ๋วเรียกตับว่า “กัว”
ปลาหมึกแห้ง เพื่อให้มีหมึก หรือความรู้ เป็นการอวยพรให้เป็นบัณฑิต หรือผู้มความรู้
ซาลาเปา เพื่อ “เปาไช้” แปลว่า “ห่อโชค”

ส่วนความหมายของ ผลไม้ไหว้ นั้นก็คือ
กล้วย หมายถึง กวักโชคลาภเข้ามา และขอให้มีลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง
แอปเปิ้ล หมายถึง ความสันติสุข สันติภาพ
สาลี่ หมายถึง โชคลาภมาถึง ( ควรระวัง ไม่นิยมไหว้บรรพบุรุษและวิญญาณไร้ญาติ )
ส้มสีทอง หมายถึง ความสวัสดีมหามงคล
องุ่น หมายถึง ความเพิ่มพูน
และในส่วนความหมายของขนมไหว้ มีดังนี้ค่ะ
ขนมเข่ง หมายถึง ความหวานชื่น ชีวิตมีความราบรื่น รูปลักษณ์มีความหมายของชะลอมที่เก็บของ เมื่อรวมกันกับความหวานชื่น จึงหมายถึง ความหวานชื่นอันสมบูรณ์
ขนมถ้วยฟู หมายถึง ความเพิ่มพูน เฟื่องฟู
สาลี่(ขนม) หมายถึง ความเพิ่มพูน เฟื่องฟู (เหมือนขนมถ้วยฟู)
ขนมไข่ หมายถึง เพื่อให้เจริญเติบโต
ขนมเทียน หมายถึง เพื่อให้สว่างรุ่งเรือง ขนมเทียน ปกติ ขนมเทียนไม่ใช่ขนมของชาวจีนดั้งเดิม แต่เป็นขนมที่ถูกปรับปรุงขึ้นจากชาวจีนโพ้นแผ่นดิน

โดยดัดแปลงจากขนมท้องถิ่น(ของไทย) จากขนมใส่ไส้ เปลี่ยนจากแป้งข้าวเจ้าผสมกะทิมาเป็นแป้งข้าวเหนียวแทน
ความหมายของขนมเทียนจึงใช้ความหมายเดียวกับขนมเข่ง คือความหวานชื่น ราบรื่น ส่วนรูปลักษณ์ที่เป็นสามเหลี่ยมกรวยแหลม มี

ลักษณะมงคลในทางศาสนา คือ เจดีย์
จันอับ (จั๋งอั๊บ)หมายถึง “ ปิ่นโต” ( “จั๊ง” หมายถึงชั้น, “อั๊บ” หมายถึงกล่อง) ความหมายรวมของ “จั๋งอั๊บ” คือ จึงหมายถึง ความหวานที่เพิ่มพูน มีความสุขตลอดไป

ความหมายของมงคลอื่นๆ
เม็ดบัว – มีความหมายถึง การมีลูกหลานที่เป็นชาย
เกาลัด -มีความหมายถึง เงิน
ถั่วตัด -หมายถึง แท่งเงิน
สาหร่ายดำ – คำของมันออกเสียงคล้าย ความร่ำรวย
เต้าหู้หมักที่ทำจากถั่วแห้ง – คำของมันออกเสียงคล้าย เต็มไปด้วยความร่ำรวย และ ความสุข
หน่อไม้ – คำของมันออกเสียงคล้าย คำอวยพรให้ทุกอย่างเต็มไปด้วยความสุข
เต้าหู้ – ที่ทำจากถั่วสดนั้นจะไม่นำมารวมกับอาหารในวันนี้เนื่องจากสีขาวซึ่ง เป็นสีแห่งโชคร้าย สำหรับปีใหม่และหมายถึงการไว้ทุกข์

อาหารอื่นๆ รวมไปถึงปลาทั้งตัว เพื่อเป็นตัวแทนแห่งการอยู่ร่วมกัน และความอุดม- สมบรูณ์ และไก่สำหรับความเจริญก้าวหน้า ซึ่งไก่นั้นจะต้องยังมีหัว หางและเท้าอยู่ เพื่อ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์ เส้นหมี่ก็ไม่ควรตัดเนื่องจากหมายถึงชีวิตที่ยืนยาว

ทางตอนใต้ของจีน จานที่นิยมที่สุดและทานมากที่สุดได้แก่ ข้าวเหนียวหวานนึ่ง บ๊ะจ่างหวาน ซึ่งถือเป็นอาหารอันโอชะ ทางเหนือ หมั่นโถ และติ่มซำ เป็นอาหารที่นิยม อาหารจำนวน มากที่ถูกตระเตรียมในเทศกาลนี้มีความหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์และความร่ำรวยของบ้าน

เท่านี้พอสำหรับทราบความหมายกันแล้วใช่มั้ยค่ะ  จะได้เตรียมของไหว้กันอย่างถูกต้องค่ะ

เรื่องไม่ควรทำในวันตรุษจีน

1. ห้ามทำความสะอาดบ้านในวันตรุษจีน
ชาวจีนมีความเชื่อว่า การทำความสะอาดบ้าน และทิ้งขยะ ในวันตรุษจีนนั้น จะเป็นการกวาดเอาโชคลาภ เงินทอง ออกไปจากบ้าน แม้ว่าบ้านในช่วงวันตรุษจีนจะสกปรกก็ตาม บางคนที่จำเป็นจะต้องทำความสะอาดบ้าน ก็จะเพียงกวาดเศษฝุ่นไปไว้ที่มุมบ้าน แล้วค่อยเอาเศษฝุ่นนั้นไปทิ้งในวันต่อไป ดังนั้น วันตรุษจีน จึงไม่ค่อยมีคนทำความสะอาดบ้าน แต่จะไปทำความสะอาดกันหนึ่งก่อนวันตรุษจีน เพื่อที่จะให้บ้านสะอาดรับปีใหม่ และใช้บ้านในการต้อนรับแขกที่จะมาเยี่ยมเยียนอีกทางหนึ่ง

2. ห้ามสระผมหรือตัดผม
ชาวจีนจะไม่นิยมสระผมหรือตัดผมกันในวันตรุษจีน หรือบางคนก็จะไม่สระผม 3 วันหลังจากวันตรุษจีน เนื่องจากคำว่า ผม เป็นคำพ้องเสียงและพ้องรูปกับคำว่า มั่งคั่ง ดังนั้น การสระหรือตัดผมในวันตรุษจีน จึงเหมือนกับการนำความมั่งคั่งออกไป

3. ห้ามพูดคำหยาบและทะเลาะเบาะแว้ง
ในวันตรุษจีน คนจีนจะงดพูดคำหยาบและสิ่งที่ไม่ดี รวมไปถึงการพูดถึงความตายหรือผี เนื่องจากเชื่อว่า การพูดสิ่งที่ไม่ดีในวันนี้ จะนำความโชคร้ายมาให้ตลอดทั้งปี รวมไปถึงการที่ไม่พูดถึงเลข 4 เนื่องจากเลข 4 ในภาษาจีน ออกเสียงคล้ายกับคำว่า ตาย ดังนั้น หลาย ๆ คนจึงพยายามไม่ใช้หรือไม่พูดอะไรที่เกี่้ยวข้องกับเลข 4

4. ห้ามกินโจ๊กและเนื้อสัตว์
คนจีนมักจะไม่กินโจ๊กในตอนเช้าของวันตรุษจีน เนื่องจากเชื่อว่า คนจนคือคนที่มักจะกินโจ๊กในตอนเช้า ดังนั้น การกินโจ๊กในตอนเช้าของวันตรุษจีนจึงเหมือนกับการขัดขวางไม่ให้ตัวเองร่ำรวย และทำตัวเหมือนคนจน ทั้งนี้ ยังรวมไปถึงการไม่กินเนื้อสัตว์ด้วย เนื่องจากเชื่อว่า เทพเจ้าที่ลงมาในตอนเช้าของวันตรุษจีนนั้นเป็นมังสวิรัติ

5. ห้ามซักผ้าในวันตรุษจีน
คนจีนเชื่อว่า เทพเจ้าแห่งน้ำเกิดในวันตรุษจีน ดังนั้น การซักผ้าในวันตรุษจีนจึงเปรียบเสมือนการลบหลู่ท่าน

6. ห้ามใส่ชุดขาวดำ
เสื้อผ้าที่เป็นสีขาวดำ เป็นสัญลักษณ์ของความตาย ดังนั้น การสวมเสื้อผ้าสีขาวดำในวันนี้จึงหมายถึงลางร้าย คนจีนจึงมักสวมเสื้อผ้าสีแดงกันเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากเชื่อว่า สีแดงคือสีที่จะนำความโชคดีมาให้

7. ห้ามให้ยืมเงิน
คนจีนบางคนอาจจะหมายรวมการที่ไม่ให้ยืมสิ่งของต่าง ๆ นอกเหนือไปจากเงินแล้ว ซึ่งมีความเชื่อที่ว่า การให้ยืมเงินในวันนี้จะทำให้ทั้งปีมีคนเข้ามาขอยืมเงินตลอด รวมไปถึง หากใครที่ติดเงินใครไว้ ก็ควรที่จะคืนเงินก่อนวันตรุษจีน เพราะเชื่อกันว่า หากติดเงินใครในวันตรุษจีนแล้ว คน ๆ นั้นก็จะมีหนี้สินตลอดปีไม่จบไม่สิ้น

8. ห้ามทำของแตก
คนจีนเชื่อกันว่า การทำสิ่งของแตก เช่น ทำแก้วแตก ทำจานแตก หรือทำกระจกแตก ในวันตรุษจีนนั้น จะหมายถึงลางร้ายที่บอกว่าครอบครัวจะแตกแยก หรือมีคนเสียชีวิตในครอบครัว ดังนั้นในวันนี้ จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษไม่ให้สิ่งของในบ้านแตกหรือชำรุดเสียหาย แต่หากทำของแตกโดยไม่ได้ตั้งใจ ก็มีวิธีการแก้เคล็ดโดยการพูดว่า “luo di ka hua” ที่แปลว่า ดอกไม้จะเบ่งบานเมื่อตกลงสู่พื้น

9. ห้ามซื้อรองเท้าใหม่
คนจีนจะถือคติที่ว่า จะไม่ซื้อรองเท้าใหม่ในเดือนแรกของวันตรุษจีน เนื่องจากคำว่า รองเท้า ในภาษาจีนออกเสียงว่า Hai ซึ่งคำว่า Hai นี้ มีเสียงคล้ายกับการถอนหายใจ ซึ่งชาวจีนเชื่อว่า นั่นเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นปีที่ไม่ดี

10. ห้ามร้องไห้
คนจีนเชื่อกันว่า หากร้องไห้ในวันขึ้นปีใหม่ จะทำให้พบกับเรื่องไม่ดี และเสียใจไปตลอดทั้งปี ดังนั้น แม้ในวันนี้เด็กเล็กจะดื้อขนาดไหน อากง อาม่า ก็อาจจะปล่อยให้วันหนึ่ง เพราะไม่อยากตีให้เด็กต้องร้องไห้ในวันนี้

11. ห้ามใช้ของมีคม
ของมีคมก็เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับวันนี้ ทั้งมีด กรรไกร และอย่างอื่นที่สามารถตัดสิ่งอื่นได้ นั่นเพราะชาวจีนเชื่อว่า การใช้ของมีคมตัดสิ่งของ จะเป็นการตัดโชคดีไปด้วย

12. ห้ามเข้าไปในห้องนอนคนอื่น
รู้ไหม คนจีนหลายบ้านมีความเชื่อที่ว่า ในวันตรุษจีนนี้ ห้ามเข้าไปหาใครในห้องนอนด้วย ดังนั้น แม้เจ้าของบ้านป่วย นอนอยู่ในห้องนอน แต่เมื่อมีแขกมาเยี่ยมก็ต้องแต่งตัวออกมานั่งในห้องรับแขก อย่าให้แขกเข้ามาเยี่ยมในห้องนอนเด็ดขาด เพราะถือว่าเป็นโชคร้าย

 

www.kapook.com

ต่างหู บ่งบอกนิสัย

ต่างหู รูปห่วง หรือ ต่างหู กลม

เป็นคนสนุกสนาน อารมณ์ลึกลับแผงอยู่ในตัวสูงที่มาก

 

ต่างหู ตุ้งติ้งง หรือ ต่างหู รูปหยดน้ำ

เป็นคนที่สนใจเรื่องแฟชั่น ความทันสมัย ชอบเข้าสังคม

 

ต่างหู รูปดอกไม้ หรือ ต่างหู สัตว์

เป็นคนรักธรรมชาติ ชอบดูแลเด็ก หรือ สัตว์ และชอบอะไรที่ดูเรียบร่ายไม่สลับซับซ้อน

 

ต่างหู หมุด แป้น แบบเรียบติดหู

เป็นคนที่มีความมั่นคง มีศิลปะ และระวังตัว ถือตัว แต่ตามแฟชั่น ความคิดทันสมัย

 

ไม่ชอบใส่ต่างหู

เป็นคนที่มีจิตใจรักอิสระ ไม่ชอบถูกจำกัดเสริภาพ เชื่อมั่นในตัวเอง ไม่สนใจสิ่งยั่วยุจากสภาพแวดล้อม