แพลน พลาเซ็นต้า (Plant Placenta) รกจากพืช

ได้มีการทำวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดย EMK  พิสูจน์ว่าโปรตีนจากพลาเซ็นต้าของพืชที่ใช้เป็นส่วนประกอบของสูตรเฉพาะของ EMK นั้น ให้ผลดีกว่าโปรตีนที่ได้จากรกของมนุษย์ที่นำมาใช้ในอดีต ระหว่างกระบวนการทดลองนั้น เราค้นพบว่า พลาเซ็นต้าทั้งจากของมนุษย์และพืชต่างให้ผลในการฟื้นคืนกรดอะมิโนที่ช่วยเสริมคอลลาเจนขึ้นมาใหม่อย่างได้ผลดีทั้งคู่ แต่รกพลาเซ็นต้าจากพืชช่วยซ่อมแซมผิวที่เสียไปได้มากกว่ามาก

ผลการศึกษาทางการแพทย์ที่โดดเด่นที่สุดคือผลที่ได้จากการศึกษาการส่งสารระหว่างเซลล์ที่เพิ่่มมากขึ้น ไม่ต่างกันกับผลของโรงพยาบาล ครัว รูสส์ (Croix-Rousse Hospital) ในประเทศฝรั่งเศส
ที่พิสูจน์ว่าเซลล์ผิวของมนุษย์จะจำและยอมรับโปรตีนและเอ็นไซม์จากรกพลาเซ็นต้าที่ไม่มีความต่างทางชีวะเหมือนกับรกพลาเซ็นต้าที่ได้จากมนุษย์ รวมถึงประโยชน์ในการซ่อมแซมเซลล์ที่เสียไปด้วย โปรตีนในรกพลาเซ็นต้าจากพืชมีผลอย่างมากต่อการฟื้นฟูกระบวนการเผาผลาญตามธรรมชาติ และช่วยคืนความอ่อนเยาว์เปล่งประกายแก่ผิว

 

ออกซิเจนในผิวเพิ่มขึ้น 70%

EMK

 

มีการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าโปรตีนเปปไทด์และแร่ธาตุในรกพลาเซ็นต้าจากพืชมีความเกี่ยวข้องกันกับกิจกรรมพื้นฐานของเซลล์ที่มีชีวิต เนื่องจากเซลล์ที่มีชีวิตนั้นต้องการออกซิเจน และจากผลการพิสูจน์พบว่า เมื่อได้รับโปรตีนจากรกพลาเซนต้าของพืชมาแล้ว เซลล์จะถูกกระตุ้น ให้ทำงานดีขึ้น และรับออกซิเจนเข้ามามากขึ้น การเปิดรับออกซิเจนเป็นสัญญาณของการมีชีวิตของเซลล์นั้นๆอย่างแท้จริง

 

 

การสังเคราะห์โปรตีนดีขึ้น 40%

Plant placenta EMK

 

ครงสร้างและการทำงานของผิวที่มีสุขภาพดีนั้นขึ้นอยู่กับโปรตีนและกรดอะมิโนเป็ปไทด์ซึ่งเป็นตัวก่อกำเนิดโปรตีน เมื่อเซลล์รับออกซิเจนได้มากขึ้น เซลล์ผิวก็สามารถสังเคราะห์โปรตีนได้มากตามไปด้วย ซึ่งกระบวนการนี้ช่วยสร้างเนื้อเยื่อของผิวขึ้นมาใหม่และซ่อมผิวที่เสื่อมตามวัยหรือเสียหายจากภาวะเครียดออกซิเดชันจากแสงอาทิตย์ UV oxidative stress (ภาวะที่มีอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสียูวีมากจนสารต้านอนุมูลอิสระมีไม่เพียงพอ)

 

 

 

ข้อมูลความรู้ดีๆ จาก EMK   http://emk.co.th/precious-plant-placenta/clinically-proven/

 

รกพลาเซ็นต้าจากพืช (Plant Placenta) คืออะไร

บ้างท่านได้ยินคำว่า รกพลาเซ็นต้าจากพืช (Plant Placenta)  รกจากพืช รู้สึกกลัว กังวล ไม่เข้าใจว่าคืออะไร  วันนี้มีคำอธิบายดีๆ มาฝากกันค่ะ

พลาเซ็นต้าจากพืช เป็นสารตามธรรมชาติที่พบอยู่ใต้รังไข่ในเกสรตัวเมียของพืช มีส่วนประกอบของกรดอะมิโน โปรตีนและเปปไทด์เข้มข้นสูงที่ทำหน้าที่เหมือนสารชีวภาพช่วยเร่งการทำงานของกระบวนการซ่อมแซมผิวตามธรรมชาติ อ่านเพิ่มเติม รกพลาเซ็นต้าจากพืช (Plant Placenta) คืออะไร

แอปเปิ้ลไซเดอร์ หรือ apple cider

คือ น้ำส้มสายชูหมักจากผลแอปเปิล มีคุณสมบัติเป็นกรดสูง รสเปรี้ยวจัด มีส่วนประกอบของกรด 5 % (5%Acetic Acid) มีสีเหลืองคล้ายสีชา มีส่วนประกอบของธาตุโพแทสเซี่ยมสูง ซึ่งธาตุโพแทสเซี่ยมมีคุณสมบัติ ช่วยในการแบ่งเซลล์ ถ้าร่างกายขาดธาตุนี้ ร่างกายจะมีอาการผิดปกติคือ เติบโตช้า แก่เกินวัย ผมร่วง และหงอกเร็ว ฯลฯ และ apple cider vinegar ยังประกอบด้วยธาตุอาหารกว่า 30 ชนิด มีวิตามินมากกว่า 6 ชนิด มีกรดอะมิโน และสารเพ็คติน ล้วนแต่เป็นประโยชน์แก่ร่างกายทั้งสิ้น นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติเป็นยาอีกด้วย คือเป็นพวก ยาปฏิชีวนะ ยาฆ่าเชื้อ และมีเอนไซม์หลายชนิดรวมอยู่ด้วย

แอปเปิ้ลไซเดอร์ หรือ apple cider  ยังมีประโยชน์สามารถช่วยร่างกายได้อีกหลายอย่าง เช่น

  • ชะลอความแก่ ช่วยให้เป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่เสมอ
  • ช่วยย่อยอาหาร คือช่วยระบบย่อยอาหาร แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ
  • ช่วยระบบหายใจ แก้ไซนัส แก้เจ็บคอ แก้หวัด แก้การเกิดเสมหะ
  • ช่วยลดน้ำหนักได้ดี
  • ช่วยลดการปวดข้อ
  • แก้โรคคัน กำจัดรังแค แก้ผมแตกปลาย
  • ช่วยความจำให้ดีขึ้น
  • ป้องกันโลหิตจาง
  • แก้อ่อนเพลีย

แอปเปิ้ลไซเดอร์ หรือ apple cider  นำมาเจือจางแล้ว ช่วยลดน้ำหนักโดยการเผาผลาญ ขับของเสียออกจากร่างกาย ในความเป็นจริง ใช้ Apple cider เพียงอย่างเดียวลดน้ำหนักอาจไม่ปลอดภัยตวรใช้ใช้แอปเปิ้ล ไซเดอร์ ร่วมกับน้ำผึ้งและรับประทานอาหารจำพวกที่มีส่วนประกอบของแป้งและนำตาลตำทานเนื้อสัตว์ที่ปราศจากไขมันหรือมีไขมันน้อยที่สุดจึงลดน้ำหนักได้ผล

กินเพื่อลดความอยากอาหาร

น้ำส้มแอปเปิ้ลไซเดอร์ ช่วยควบคุมความอยากอาหารโดยเฉพาะตอนหิว ไม่ให้กินมากจนเกิดพิกัด ช่วยลดน้ำหนักทางอ้อม

นายแพทย์ แอนดรูว์ ไวล์ (Andrew Weil) แนะนำให้กินน้ำส้มแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ 1 ช้อนชา ผสมน้ำ 1-2 แก้วก่อนมื้ออาหาร เพื่อลดความอยากอาหาร ช่วยให้กินอาหารปริมาณลดลง น้ำหนักตัวจึงลดลงตาม นอกจากนี้ อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง กูรูต้นตำรับชีวจิต ยังแนะนำให้กินน้ำส้มแอ๊ปเปิ้ลช่วยแก้อาการอารมณ์แปรปรวนจากอาการอยากของหวานอีกด้วย โดยผสมน้ำส้มแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำอุ่น ดื่มวันละ 2-3 แก้ว

กินอย่าง ถูกวิธี

แพทย์หญิง จูดี้ โกลด์ สโตน (Judi Goldstone) ผู้เชี่ยวชาญด้านการลดน้ำหนักและชะลอวัย สมาชิกสมาคมวิทยาลัยแพทย์อเมริกัน (American College of Physicians) ประเทศสหรัฐอเมริกา แนะนำวิธีกินน้ำส้มแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์อย่างถูกวิธี ดังนี้

  • น้ำส้มแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ มีฤทธิ์เป็นกรด ก่อนกินทุกครั้งควรเจือจางด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำผลไม้ เพราะน้ำส้มแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์เข้มข้นอาจทำลายเคลือบฟัน และเนื้อเยื่อบริเวณปากและลำคอได้
  • ผู้ที่มีโพแทสเซียมในเลือดต่ำ เป็นโรคกระดูกพรุน หรือโรคเบาหวานควรปรึกษาแพทย์ก่อนกิน
  • น้ำส้มแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ ทำปฏิกิริยากับยาบางชนิด เช่นยาขับปัสสาวะ ยาระบายยารักษาโรคเบาหวาน และโรคหัวใจ ฉะนั้นผู้ที่รับการรักษาด้วยยาดังกล่าวจึงควรหลีกเลี่ยง

ข้อมูลจาก http://www.lovefitt.com/

สร้อยข้อมือ เก๋ อินเทรน

สร้อยข้อมือเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ไม่ควรขาดในการแต่งตัวของเด็กแนวๆ วันนี้นะคะ

ไอเดีย สร้อมข้อมือ เก่ อินเทรน
ไอเดีย สร้อมข้อมือ เก่ อินเทรน
ไอเดีย สร้อมข้อมือ เก่ อินเทรน
ไอเดีย สร้อมข้อมือ เก่ อินเทรน
ไอเดีย สร้อมข้อมือ เก่ อินเทรน
ไอเดีย สร้อมข้อมือ เก่ อินเทรน
ไอเดีย สร้อมข้อมือ เก่ อินเทรน
ไอเดีย สร้อมข้อมือ เก่ อินเทรน
ไอเดีย สร้อมข้อมือ เก่ อินเทรน
ไอเดีย สร้อมข้อมือ เก่ อินเทรน
ไอเดีย สร้อมข้อมือ เก่ อินเทรน
ไอเดีย สร้อมข้อมือ เก่ อินเทรน
ไอเดีย สร้อมข้อมือ เก่ อินเทรน
ไอเดีย สร้อมข้อมือ เก่ อินเทรน
ไอเดีย สร้อมข้อมือ เก่ อินเทรน
ไอเดีย สร้อมข้อมือ เก่ อินเทรน
ไอเดีย สร้อมข้อมือ เก่ อินเทรน
ไอเดีย สร้อมข้อมือ เก่ อินเทรน
ไอเดีย สร้อมข้อมือ เก่ อินเทรน
ไอเดีย สร้อมข้อมือ เก่ อินเทรน

รูปภาพ ประกอบจาก Google

เทรนแฟชั่น ต่างหู ดารา

อินเทรน กับ แฟชั่น ต่างหู ดารา นางแบบ สไตล์ใครเป็นแบบไหนมาชมกันได้เลยค่ะ

ต่างหู แฟชั่น ดารา
ต่างหู แฟชั่น ดารา
ต่างหู แฟชั่น ดารา
ต่างหู แฟชั่น ดารา
ต่างหู แฟชั่น ดารา
ต่างหู แฟชั่น ดารา
ต่างหู แฟชั่น ดารา
ต่างหู แฟชั่น ดารา
ต่างหู แฟชั่น ดารา
ต่างหู แฟชั่น ดารา
ต่างหู แฟชั่น ดารา
ต่างหู แฟชั่น ดารา
ต่างหู แฟชั่น ดารา
ต่างหู แฟชั่น ดารา

ผลไม้ล้างพิษ ต้านมะเร็ง

ใส่ใจสุขภาพ มาดูแลร่างกาย ให้สดชื่น เพื่อต้านมะเร็งกันดีกว่าค่ะ เพราะว่าทุกวันนี้โลกมันเปลี่ยนไปเทคโนโลยีมากขึ้น แต่สุขภาพกับแย่ลงทุกวัน โรคประหลาดก็เกิดขึ้นมากมาย เราควรใส่ใจหาสิ่งดีๆ เพื่อสุขภาพของเรากันค่ะ

วันนี้เลยขอนำเสนอ ผลไม้ 3 อย่างที่สามารถช่วยล้างพิษ และ ต้านมะเร็งได้ดีที่เดียว

มะนาว
เขาให้ประโยชน์มากมายดังเลยค่ะ อาทิเช่น วิตามินบี 1 และวิตามินบี 3 ไม่เพียงแค่เท่านั้น มันยังให้สารคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และแร่ธาตุ ซึ่งมีส่วนช่วยขับของเสียอย่างเช่น เสมหะ และพยาธิออกจากร่างกาย อีกทั้งยังช่วยแก้ไอ อาการเลือดออกตามไรฟัน เหงือกบวม และแก้วิงเวียนศีรษะ

กีวี
ผลไม้ที่อุดุมไปด้วยวิตามินซี แมกนีเซียม โพแทสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส และเบตาแคโรทีน อีกทั้งยังมีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์และเนื้อเยื่อไม่ให้เสื่อมโทรมและเกิดโรคภัยต่างๆ ได้อีกนะคะ

ลูกแพร์
เป็นผลไม้อีกชนิดที่เต็มไปด้วยวิตามินซี กรดโฟลิก ไนอาซิน แคลเซียม โพแทสเซียม และแมกนีเซียม พร้อมกับแร่ธาตุที่มีคุณสมบัติเป็นด่างลดคอเลสเตอรอล ชะล้างของเสียที่สะสมอยู่ภายในไต และช่วยำความสะอาดไส้ตรง ไม่เพียงแค่นั้น ลกแพร์ยังมีส่วนช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด โดยเฉพาะที่ส่วนของผลลูกแพร์มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้จากใยอาหาร กรดไฮดรอกซีซินนามิก และเส้นใยเพ็กตินที่ช่วยขับโลหะหนักออกจากร่างกาย ได้จากใยอาหาร กรดไฮดรอกซีซินนามิก และเส้นใยเพ็กตินที่ช่วยขับโลหะหนักออกจากร่างกาย

ถ้าทราบคุณสมบัติของ มะนาว กีวี ลูกแพร์แล้วมาดูวิธีการทำเป็นเครื่องดื่มให้ออกมารสชาติเยี่ยมยอดกันดีกว่าค่ะ

ขั้นตอนแรกให้เตรียมผลไม้ทั้ง 3 ชนิด ล้างให้สะอาด ตามด้วยปอกเปลือกกีวีทั้งผล จากนั้นฝานเนื้อกีวีออกเป็นแว่นๆ ส่วนลูกแพร์หั่นเป็นชิ้นพอหยาบ แล้วตามด้วยการนำกีวีกับลูกแพร์ไปสกัดเอาแต่น้ำด้วยเครื่องสกัดน้ำผักผลไม้ อย่าลืมคั้นน้ำมะนาวเพื่อใช้เป็นน้ำในเครื่องดื่มด้วยนะคะ เมื่อได้ส่วนผสมที่ต้องการแล้ว จึงนำมาคนให้เข้ากัน หลังจากนั้น จัดการดื่มได้ทันที หรือถ้าจะให้ดีก็เติมน้ำแข็งเข้าไป เพื่อเพิ่มความสดชื่นก็ยังได้ ปรุงดื่มเป็นประจำทุกวันรับรองเลยว่า ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งได้ดีเลยทีเดียว

ข้อมูลอ้างอิงจาก http://women.sanook.com/

เทคนิคงดมื้อดึก เหมาะสำหรับสาวๆ รักษาหุ่น

กำลังรักษาหุ่น ให้ฟิต เฟริ์ม ต้องลองทำดูนะคะ แค่ 4 ข้อเท่านั้นค่ะ

  1. ไม่ต้องคิดว่างแผนหาของกิน ว่าจะกินอะไรดีนะ
  2. หลีกเลี่ยงดูภาพโฆษณาชวนเชื่อ ที่ทำให้รู้สึกอยากทาน อยากชิม ต้องไปลองซะ
  3. ทานของชอบอาหารจานโปรดได้ แต่ควรจะอาทิตย์ละครั้งเท่านั้นนะจ๊ะ มากเกินไปก็ไม่ดี
  4. ถ้าอดทนไม่ไว้จริงๆ แนะนำว่าหา ผลไม้ สลัดน้ำใส หรือ น้ำสลัดแบบญี่ปุ่น มาติดตู้เย็นไว้ ผลไม้อย่างแอปเปิ้ลเขียว

ลองทำดูกันนะคะ รับรองถ้าทำได้ก็จะทำให้หุ่น ฟิต เฟริ์ม กว่าเดิม และที่สำคัญ ควรออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยจะดีมากเลยค่ะ

ข้อแนะนำการกินอาหารเพื่อให้ผิวสวย

การสร้างผิวสวยด้วยอาหาร ทั้งรูปแบบการกินและรูปแบบการดำรงชีวิต ตลอดไปจนถึงพันธุกรรม เหล่านี้มีผลต่อ

การแก่ของผิวหนังทั้งนั้น แต่เนื่องจากเราเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมไม่ได้ จึงต้องหันมาสนใจดูแลร่างกายโดยเน้นที่

อาหารแทน การกินอาหารกับผิวสวย

 

ข้อแนะนำการกินอาหารเพื่อให้ผิวสวยมีดังนี้
1. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ ๘ แก้ว จะเป็นการช่วยชำระของเสีย และสารพิษต่างๆ

ออกจากร่างกาย

 

2. ลดอาหารไขมันสูงและอาหารที่ให้แคลอรีสูง พบว่าอาหารที่มีไขมันสูงจะทำให้เกิดโรคหัวใจ  และมะเร็งได้

มีงานวิจัยชี้ว่าอาหารไขมันสูงอาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ เพราะอาหารไขมันสูงทำให้ภูมิต้านทานของร่างกาย

ต่ำมะเร็งจึงมีโอกาสเกิดง่ายขึ้น เมื่อคนเรามีวัยสูงขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายจะค่อยๆ สูญเสียกล้ามเนื้อหรือความแข็งแรง

ของกล้ามเนื้อไป เหล่านี้ ทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีและไขมันน้อยลง ทำให้ต้องกินอาหารน้อยลง เพื่อให้

ร่างกายมีน้ำหนักคงที่ ดังนั้น ต้องพยายามลดอาหารไขมันสูงและแคลอรีสูงด้วย
3. กินผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม (dairy products) ที่เป็นชนิดไขมันต่ำ (low-fat)   ควรเลือกผลิตภัณฑ์

นมเนยที่มีไขมันต่ำ เช่น low-fat  หรือ non fat yoghurt; cottage cheese หรือ skim milk พวกนี้

จะลดไขมันได้โดย ร่างกายไม่ขาดแคลนแคลเซียม พวกปลาซาร์ดีนกระป๋อง ปลาแซลมอนกระป๋อง ก็เป็นแหล่ง

แคลเซียมที่สำคัญที่อาจทดแทนการได้แคลเซียมจากนมเนยได้  ผู้หญิงจำเป็นต้องได้รับแคลเซียมให้เพียงพอ

ดังนั้น ถึงจะลดการดื่มนมกินเนยเพื่อลดอาหารไขมันสูงเพียงใด ก็ต้องไม่ลืมว่าจะต้องได้รับแคลเซียม

ให้เพียงพอ มิฉะนั้นจะเกิดโรคกระดูกพรุนได้

 

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังคือแสงแดด  ซึ่งเชื่อว่าทุกคนคงทราบดีอยู่แล้ว แต่เมื่อไม่นานมานี้

มหาวิทยาลัยแพทย์ Baylor College ที่เท็กซัส สหรัฐ-  อเมริกา ได้ศึกษาผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งผิวหนัง

จำนวน ๗๖ คนโดยแบ่งเป็น ๒ กลุ่มเท่ากัน กลุ่มแรกจะได้อาหารไขมันต่ำ คือได้แคลอรีร้อยละ ๒๐

จากไขมัน  และกลุ่ม  ที่ ๒ ให้กินอาหารไขมันสูง คือได้แคลอรีร้อยละ ๔๐ จากไขมัน ให้กินอาหาร

แบบนี้ต่อเนื่องกัน ๒ ปี พบว่ากลุ่มแรกซึ่งได้ไขมันต่ำเกิดรอยโรคขั้นก่อนเป็นมะเร็งผิวหนัง

(pre cancerous lesion) เพิ่มขึ้นเฉลี่ย ๓ รอยต่อคน แต่กลุ่มที่ ๒ ซึ่งได้ไขมันสูง พบรอยโรคก่อน

เป็นมะเร็งผิวหนังที่เกิดใหม่เฉลี่ย ๑๐ รอยต่อคน นักวิจัยสรุปว่าการได้อาหารไขมันสูงอาจทำให้ร่างกาย

เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง เพราะระบบภูมิต้านทานของร่างกายจะเสียไป

 

4. พยายามกินผักและผลไม้ร่วมด้วยเสมอ เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับวิตามิน เกลือแร่ และยังให้ไฟ

เบอร์คือกากใยอาหาร  ซึ่งทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี
5. กินอาหารที่มีไฟเบอร์คือกากใยอาหารให้เพียงพอ พยายามให้ร่างกายได้รับไฟเบอร์อย่างน้อยวันละ

๒๕ กรัม อาหารพวกข้าวที่ไม่ได้ขัดสี ข้าวกล้อง ถั่ว ถั่วฝักยาว จะให้ไฟเบอร์สูงอาหารเสริมกับผิวพรรณ

โภชนาการที่ดี (จากการกินอาหาร) ทำให้ผิวพรรณ สดสวยและปราศจากโรคภัยของผิวหนัง

ที่เห็นได้ชัดคือเมื่อขาดอาหาร  เส้นผมอาจหลุดร่วง  มุมปากเกิดแผลอักเสบที่เรียกกันว่า “ปากนกกระจอก”

เล็บซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผิวหนังอาจผุกร่อนเปราะหักง่าย และผิวหนังแลดูหม่นหมอง ไม่สดใส เกิดรอยช้ำ

จ้ำเลือดได้ง่าย ยามใดเกิดการกระทบกระแทกและเกิดแผลที่ผิวหนัง บาดแผลจะหายได้ช้า หากกินอาหาร

ครบถ้วนได้สัดส่วน มักจะได้รับวิตามินและเกลือแร่ที่เพียงพอ เกลือแร่ที่จำเป็นมี ๑๖ ตัว  ตัวอย่าง

ของเกลือแร่ที่จำเป็นคือ เหล็ก แคลเซียม และสังกะสี วิตามินที่จำเป็นต่อสุขภาพที่ดีมี ๑๓ ตัว ตัวอย่าง

ของวิตามินที่สำคัญต่อสุขภาพ และผิวพรรณ ได้แก่ วิตามินเอ  ซึ่งทำให้ผิวพรรณนุ่มเนียนและยืดหยุ่น

ได้ดีไม่เหี่ยวย่น วิตามินบีรวมซึ่งทำให้ผิวหนังเรียบมัน  และวิตามินซีซึ่งใช้ในการสร้างคอลลา-เจน

และอีลาสตินซึ่งเป็นส่วนประกอบของชั้นหนังแท้ หากร่างกายขาดวิตามินเอ อาจเกิดสิวได้ง่ายกว่าปกติ

นอกจากนั้นการขาดวิตามินเอทำให้เป็นตุ่มนูนสาก ตามรูขุมขน หากขาดวิตามินบี เช่น บี ๑ บี ๓

และบี ๖ ผิวหนังอาจอักเสบได้ เส้นผมไม่แข็งแรง และอาจเกิดผลตามเนื้อเยื่อบุในช่องปาก การขาด

วิตามินบี ๒ ทำให้มุมปากอักเสบที่เรียกกันว่าโรคปากนกกระจอก การขาดวิตามินบี ๓ (niacin)นอก

จากจะมีผิวหนังอักเสบเป็นผื่นคัน ปวดแสบปวดร้อนบริเวณที่โดนแสงแดด เช่นที่หลังมือและที่คอ

แล้วยังมีท้องเสีย และอาการหลงลืมได้ แพทย์เรียกกลุ่มอาการนี้ว่าโรคเพลแลกรา (pellagra)ส่วน

การขาดวิตามินซี ทำให้แผลหาย ช้า เส้นขนบิดเป็นเกลียวสว่าน เกิดรอยช้ำจ้ำเลือดง่าย มีเลือดออก

ตามรูขุมขน เหงือกบวมและมีเลือดออกตามไรฟัน เรียกกันว่า โรคลักปิดลักเปิด (ศัพท์แพทย์เรียกว่า

scurvy) ส่วนการขาดแคลนอาหารกลุ่มโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์นั้นทำให้สีของผิวหนังของเส้นผมเปลี่ยน

ไป เส้นผมหลุดร่วงออกเล็บอาจมีสีขาวขุ่นทั้งเล็บได้ ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ คือยังมีประจำเดือนอยู่อาจขาด

ธาตุเหล็กได้  เพราะนอกจากทุกๆ เดือนต้องสูญเสีย ธาตุเหล็กไปกับประจำเดือนแล้ว หากมีลูกอ่อน

และเลี้ยง ลูกด้วยน้ำนมตัวเอง ก็จะสูญเสียธาตุเหล็กไปกับน้ำนม มากพอควร  ส่วนการขาดธาตุเหล็ก

ทำให้เกิดโรคโลหิตจาง มีผิวพรรณซีดเซียวไม่เปล่งปลั่ง ลิ้นอักเสบริมฝีปากลอก เล็บโค้งงอเป็นรูปช้อน

อีกทั้งผู้หญิงหลายๆ รายอยากมีหุ่นนางแบบจึงอดอาหารจนขาดเกลือแร่ได้ การขาดเกลือแร่ทำให้ผิว

หนังซีดเซียว เหลือง และเกิดโรคโลหิตจางได้ หากขาดธาตุเหล็กจึงควรได้รับธาตุเหล็กทดแทน บางคนรัก

สวยรักงามอยากมีหุ่นงามยอมอดอาหารจนเอวกิ่ว มีนางแบบที่อดอาหารจนตายหลายคน จนต้องมีการรณรงค์

ไม่ให้จ้างนางแบบที่ผอมเกินไป อ้วนไปก็ไม่ดี  ผอมไปก็ไม่ดี เดินทางสายกลางดีที่สุดในทางตรงกันข้าม

สมัยนี้หลายๆ คนมีปัญหาเกี่ยว กับเรื่องความอ้วนหรือกินอาหารมากเกินความต้องการของร่างกาย ซึ่งอาจ

ก่อปัญหาแก่ผิวหนังได้เช่นกัน คนอ้วนอาจเป็นโรคสะเก็ดเงิน (PSORIASIS)  ผิวแตกลาย (striae ) ผิวติด

เชื้อรา โดยเฉพาะบริเวณที่อับชื้น เช่น ขาหนีบ ที่ชาวบ้านเรียกว่าสังคัง (tinea cruris) ติดเชื้อยีสต์

(candidiasis) เชื้อแบคทีเรีย (erythrasma)  ผิวมีผื่นดำ เช่นที่ ลำคอ (acanthosis nigricans)

มีติ่งเนื้อ (skin tags) มีกลิ่นตัว และมีขนดก เกิดได้ง่ายกว่าคนที่ไม่อ้วน
บางคนชอบอาหารรสเค็มจัดชนิดที่ต้องเติมน้ำปลา เติมเกลือเสมอๆ หรือชอบกินอาหารทะเล ไม่ว่า จะเป็น ปู

ปลา กุ้ง หรือสาหร่ายทะเล ซึ่งทำให้ได้รับไอโอดีนมากเกินไป ทำให้เกิดสิวอักเสบตามใบหน้า หน้าอก และ

หลังได้ ยาแก้ไอบางตัวมีส่วนประกอบของเกลือไอโอดีนสูง ดังนั้น หากเป็นสิวมากๆ และนานๆ ลองคิดดูว่า

เกิดจากการได้รับเกลือแร่ไอโอดีนมากเกินไปหรือไม่
คนที่กินอาหารมังสวิรัติคือกินแต่ผัก บางครั้งกินผักมากเกินไปทำให้ผิวหนังมีสีเหลืองซีด เพราะสารบีตาแคโรทีน

ในผักใบเขียว หัวแครอตและมะละกอ วิตามินเอถ้ากินมากเกินไป ทำให้ผิวหนัง เยื่อบุในช่องปากและดวงตา

แห้งผากได้ การกินวิตามินและเกลือแร่เสริม เป็นกำมือ โดยปราศจากการได้รับอาหารที่ครบสัดส่วน ย่อมไม่อาจ

ทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีได้ หากต้องการกินวิตามินหรือเกลือแร่เสริมมากๆ ควรปรึกษาแพทย์ หรือนักโภชนาการ

ก่อนจะปลอดภัยกว่า

 

อีกหนึ่งสิ่งที่ควรทานเพื่อใช้ให้สุขภาพผิวของสาวๆ อย่างเราดีขึ้น คือ ยาสตรี Foxy ที่มีสมุนไพรกว่า 60 ชนิด อาทิเช่น ว่านชักมดลูก ที่มีประโยชน์อย่างมาก ช่วยเรื่องระบบฮอนโมน์และช่วยเรื่องระบบภายในของผู้หญิงเราเป็นอย่างดี 

แล้วยังมีส่วนผสมของโปรไบโอติก ซึ่งจะมาช่วยเรื่องระบบขับถ่ายให้มีประโยชน์มากขึ้นอีกด้วยค่ะ

Foxy ยาสตรี ทานแล้วได้อะไร
Foxy ยาสตรี ทานแล้วได้อะไร

บทความดีๆ จาก http://www.probioherb.net/


 

5 เทคนิค ทานเจ ไม่อ้วน

เทศกาลกินเจ กำลังจะมาถึงแล้ว มาชมวิธีทานยังไงไม่ให้อ้วนกันดีกว่าค่ะ

  1. เลือกกินข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท นมถั่วเหลืองที่ผสมธัญพืช อย่างยี่ห้อต่างๆ ที่เราคุ้นเคย ก็จะออกสูตรเจออกมา แต่เราก็ต้องดูให้มีส่วนผสมที่มีประโยชน์สูงสุดในหนึ่งกล่อง
  2. เลือกผักใบมากกว่าพืชหัว เพราะผักใบมีคาร์โบไฮเดรตที่น้อยกว่าพืชหัวมาก ดังนั้น การกินผักใบจะทำให้เราได้พลังงาน และปริมาณแป้งน้อยกว่าจึงไม่ทำให้อ้วน
  3. เลือกกินของนึ่ง ต้ม ตุ๋น ดีกว่าของทอดและผัด เพราะช่วยให้เลี่ยงการกินน้ำมัน ซึ่งมีไขมันอยู่สูง
  4. กินหวานให้น้อยลง ไม่ใช่ว่าเมื่อคุณกินเจแล้ว จะสามารถกินขนมหวานได้เต็มที่ เพราะไม่ว่าจะเป็นอาหารเจหรือไม่เจ ถ้ามีความหวานและผสมน้ำตาลอยู่มากก็อ้วนได้ไม่ต่างกัน
  5. อดอาหาร ล้างพิษหลังกินเจ เพราะจะช่วยให้ร่างกายขับพิษต่าง ๆ ออกมาได้ ทั้งช่วยลดไขมันในเลือด ลดน้ำหนัก ลดภาวะร้อนในจากธาตุในร่างกายที่ไม่สมดุลได้อีกด้วย

ประโยชน์ ลูกเดือย ที่คุณมองข้าม

ลูกเดือยที่เราเห็นๆ กันบ่อยในรูปแบบเครื่องที่ใส่ในน้ำเต้าหู้ หรือ เป็นแนวธัญญาพืชที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันนี้

ลูกเดือยมีคุณค่าทางอาหารสูง เพราะว่ามีปริมาณโปรตีน 13.84% คาร์โบ-ไฮเดรต 70.65% เยื่อใย 0.23% ไขมัน 5.03% แร่ธาตุต่างๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะฟอสฟอรัสซึ่งช่วยบำรุงกระดูกมีอยู่ในปริมาณสูงรวมทั้งวิตามินเอที่ช่วยบำรุงสายตา วิตามินบี 1 และวิตามินบี 2 โดยเฉพาะวิมามินบี 1 มีในปริมาณ มาก (มีมากกว่าข้าวกล้อง) ซึ่งช่วยแก้โรคเหน็บชาด้วย

 

จริงๆ แล้วนอกจาก มีคุณค่าทางสารอาหารมากมายอย่างที่กล่าวข้างต้นไปแล้วนั้น ลูกเดือยยังมีประโยชน์ เป็นยาลดน้ำตาล และ ไขมันในเลือด ลดความดันในเลือดได้ด้วย สามารถ ใช้เพิ่มภูมิต้านทาน ป้องกันหวัด นอกจากนี้ยังช่วยให้หลับง่าย และ อาจจะป้องกัน มะเร็ง ได้ด้วย