แพลน พลาเซ็นต้า (Plant Placenta) รกจากพืช

ได้มีการทำวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดย EMK  พิสูจน์ว่าโปรตีนจากพลาเซ็นต้าของพืชที่ใช้เป็นส่วนประกอบของสูตรเฉพาะของ EMK นั้น ให้ผลดีกว่าโปรตีนที่ได้จากรกของมนุษย์ที่นำมาใช้ในอดีต ระหว่างกระบวนการทดลองนั้น เราค้นพบว่า พลาเซ็นต้าทั้งจากของมนุษย์และพืชต่างให้ผลในการฟื้นคืนกรดอะมิโนที่ช่วยเสริมคอลลาเจนขึ้นมาใหม่อย่างได้ผลดีทั้งคู่ แต่รกพลาเซ็นต้าจากพืชช่วยซ่อมแซมผิวที่เสียไปได้มากกว่ามาก

ผลการศึกษาทางการแพทย์ที่โดดเด่นที่สุดคือผลที่ได้จากการศึกษาการส่งสารระหว่างเซลล์ที่เพิ่่มมากขึ้น ไม่ต่างกันกับผลของโรงพยาบาล ครัว รูสส์ (Croix-Rousse Hospital) ในประเทศฝรั่งเศส
ที่พิสูจน์ว่าเซลล์ผิวของมนุษย์จะจำและยอมรับโปรตีนและเอ็นไซม์จากรกพลาเซ็นต้าที่ไม่มีความต่างทางชีวะเหมือนกับรกพลาเซ็นต้าที่ได้จากมนุษย์ รวมถึงประโยชน์ในการซ่อมแซมเซลล์ที่เสียไปด้วย โปรตีนในรกพลาเซ็นต้าจากพืชมีผลอย่างมากต่อการฟื้นฟูกระบวนการเผาผลาญตามธรรมชาติ และช่วยคืนความอ่อนเยาว์เปล่งประกายแก่ผิว

 

ออกซิเจนในผิวเพิ่มขึ้น 70%

EMK

 

มีการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าโปรตีนเปปไทด์และแร่ธาตุในรกพลาเซ็นต้าจากพืชมีความเกี่ยวข้องกันกับกิจกรรมพื้นฐานของเซลล์ที่มีชีวิต เนื่องจากเซลล์ที่มีชีวิตนั้นต้องการออกซิเจน และจากผลการพิสูจน์พบว่า เมื่อได้รับโปรตีนจากรกพลาเซนต้าของพืชมาแล้ว เซลล์จะถูกกระตุ้น ให้ทำงานดีขึ้น และรับออกซิเจนเข้ามามากขึ้น การเปิดรับออกซิเจนเป็นสัญญาณของการมีชีวิตของเซลล์นั้นๆอย่างแท้จริง

 

 

การสังเคราะห์โปรตีนดีขึ้น 40%

Plant placenta EMK

 

ครงสร้างและการทำงานของผิวที่มีสุขภาพดีนั้นขึ้นอยู่กับโปรตีนและกรดอะมิโนเป็ปไทด์ซึ่งเป็นตัวก่อกำเนิดโปรตีน เมื่อเซลล์รับออกซิเจนได้มากขึ้น เซลล์ผิวก็สามารถสังเคราะห์โปรตีนได้มากตามไปด้วย ซึ่งกระบวนการนี้ช่วยสร้างเนื้อเยื่อของผิวขึ้นมาใหม่และซ่อมผิวที่เสื่อมตามวัยหรือเสียหายจากภาวะเครียดออกซิเดชันจากแสงอาทิตย์ UV oxidative stress (ภาวะที่มีอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสียูวีมากจนสารต้านอนุมูลอิสระมีไม่เพียงพอ)

 

 

 

ข้อมูลความรู้ดีๆ จาก EMK   http://emk.co.th/precious-plant-placenta/clinically-proven/

 

รกพลาเซ็นต้าจากพืช (Plant Placenta) คืออะไร

บ้างท่านได้ยินคำว่า รกพลาเซ็นต้าจากพืช (Plant Placenta)  รกจากพืช รู้สึกกลัว กังวล ไม่เข้าใจว่าคืออะไร  วันนี้มีคำอธิบายดีๆ มาฝากกันค่ะ

พลาเซ็นต้าจากพืช เป็นสารตามธรรมชาติที่พบอยู่ใต้รังไข่ในเกสรตัวเมียของพืช มีส่วนประกอบของกรดอะมิโน โปรตีนและเปปไทด์เข้มข้นสูงที่ทำหน้าที่เหมือนสารชีวภาพช่วยเร่งการทำงานของกระบวนการซ่อมแซมผิวตามธรรมชาติ อ่านเพิ่มเติม รกพลาเซ็นต้าจากพืช (Plant Placenta) คืออะไร

แอปเปิ้ลไซเดอร์ หรือ apple cider

คือ น้ำส้มสายชูหมักจากผลแอปเปิล มีคุณสมบัติเป็นกรดสูง รสเปรี้ยวจัด มีส่วนประกอบของกรด 5 % (5%Acetic Acid) มีสีเหลืองคล้ายสีชา มีส่วนประกอบของธาตุโพแทสเซี่ยมสูง ซึ่งธาตุโพแทสเซี่ยมมีคุณสมบัติ ช่วยในการแบ่งเซลล์ ถ้าร่างกายขาดธาตุนี้ ร่างกายจะมีอาการผิดปกติคือ เติบโตช้า แก่เกินวัย ผมร่วง และหงอกเร็ว ฯลฯ และ apple cider vinegar ยังประกอบด้วยธาตุอาหารกว่า 30 ชนิด มีวิตามินมากกว่า 6 ชนิด มีกรดอะมิโน และสารเพ็คติน ล้วนแต่เป็นประโยชน์แก่ร่างกายทั้งสิ้น นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติเป็นยาอีกด้วย คือเป็นพวก ยาปฏิชีวนะ ยาฆ่าเชื้อ และมีเอนไซม์หลายชนิดรวมอยู่ด้วย

แอปเปิ้ลไซเดอร์ หรือ apple cider  ยังมีประโยชน์สามารถช่วยร่างกายได้อีกหลายอย่าง เช่น

  • ชะลอความแก่ ช่วยให้เป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่เสมอ
  • ช่วยย่อยอาหาร คือช่วยระบบย่อยอาหาร แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ
  • ช่วยระบบหายใจ แก้ไซนัส แก้เจ็บคอ แก้หวัด แก้การเกิดเสมหะ
  • ช่วยลดน้ำหนักได้ดี
  • ช่วยลดการปวดข้อ
  • แก้โรคคัน กำจัดรังแค แก้ผมแตกปลาย
  • ช่วยความจำให้ดีขึ้น
  • ป้องกันโลหิตจาง
  • แก้อ่อนเพลีย

แอปเปิ้ลไซเดอร์ หรือ apple cider  นำมาเจือจางแล้ว ช่วยลดน้ำหนักโดยการเผาผลาญ ขับของเสียออกจากร่างกาย ในความเป็นจริง ใช้ Apple cider เพียงอย่างเดียวลดน้ำหนักอาจไม่ปลอดภัยตวรใช้ใช้แอปเปิ้ล ไซเดอร์ ร่วมกับน้ำผึ้งและรับประทานอาหารจำพวกที่มีส่วนประกอบของแป้งและนำตาลตำทานเนื้อสัตว์ที่ปราศจากไขมันหรือมีไขมันน้อยที่สุดจึงลดน้ำหนักได้ผล

กินเพื่อลดความอยากอาหาร

น้ำส้มแอปเปิ้ลไซเดอร์ ช่วยควบคุมความอยากอาหารโดยเฉพาะตอนหิว ไม่ให้กินมากจนเกิดพิกัด ช่วยลดน้ำหนักทางอ้อม

นายแพทย์ แอนดรูว์ ไวล์ (Andrew Weil) แนะนำให้กินน้ำส้มแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ 1 ช้อนชา ผสมน้ำ 1-2 แก้วก่อนมื้ออาหาร เพื่อลดความอยากอาหาร ช่วยให้กินอาหารปริมาณลดลง น้ำหนักตัวจึงลดลงตาม นอกจากนี้ อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง กูรูต้นตำรับชีวจิต ยังแนะนำให้กินน้ำส้มแอ๊ปเปิ้ลช่วยแก้อาการอารมณ์แปรปรวนจากอาการอยากของหวานอีกด้วย โดยผสมน้ำส้มแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำอุ่น ดื่มวันละ 2-3 แก้ว

กินอย่าง ถูกวิธี

แพทย์หญิง จูดี้ โกลด์ สโตน (Judi Goldstone) ผู้เชี่ยวชาญด้านการลดน้ำหนักและชะลอวัย สมาชิกสมาคมวิทยาลัยแพทย์อเมริกัน (American College of Physicians) ประเทศสหรัฐอเมริกา แนะนำวิธีกินน้ำส้มแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์อย่างถูกวิธี ดังนี้

  • น้ำส้มแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ มีฤทธิ์เป็นกรด ก่อนกินทุกครั้งควรเจือจางด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำผลไม้ เพราะน้ำส้มแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์เข้มข้นอาจทำลายเคลือบฟัน และเนื้อเยื่อบริเวณปากและลำคอได้
  • ผู้ที่มีโพแทสเซียมในเลือดต่ำ เป็นโรคกระดูกพรุน หรือโรคเบาหวานควรปรึกษาแพทย์ก่อนกิน
  • น้ำส้มแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ ทำปฏิกิริยากับยาบางชนิด เช่นยาขับปัสสาวะ ยาระบายยารักษาโรคเบาหวาน และโรคหัวใจ ฉะนั้นผู้ที่รับการรักษาด้วยยาดังกล่าวจึงควรหลีกเลี่ยง

ข้อมูลจาก http://www.lovefitt.com/

ประโยชน์ของน้ำมะเขือเทศ เคล็ดลับไม่ควรพลาด

1. ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นสดใส ไม่แห้งกร้าน

2. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย

3. น้ำมะเขือเทศช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย

4. ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง

5. มีวิตามินเอซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงสายตา

6. มะเขือเทศ มีบีตาแคโรทีน และฟอสฟอรัสในปริมาณมาก

7. มะเขือเทศช่วยในการรักษาสิว ด้วยการนำน้ำมะเขือเทศมาพอกผิวหน้า หรือฝานบางๆแล้วนำมาแปะหน้าก็ได้

8. ช่วยทำให้ผิวหน้าเต่งตึงสดใส ด้วยการนำน้ำมะเขือเทศมาพอกผิวหน้า หรือฝานบางๆแล้วนำมาแปะหน้าก็ได้

9. เป็นที่นิยมนำมาทำเป็นอาหารได้หลายเมนู เช่น ข้าวผัด ซุป ยำต่างๆ เป็นต้น

10. ช่วยให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับโรคหอบหืดได้มากถึง 45%

11. ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม หรืออัลไซเมอร์

12. ช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิด เลือดออกตามไรฟัน

13. ช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด

14. มะเขือเทศมีฤทธิ์ในการช่วยขับปัสสาวะ

15. ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง

16. ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ

17. ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดภาวะเส้นเลือดตีบ การเกิดโรคหัวใจวาย สำหรับผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ

18. ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด

19. ช่วยในระบบย่อยในกระเพาะอาหารและช่วยในการขับถ่ายอุจจาระได้สะดวก

20. ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา

21. ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็งลำไส้

22. ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชายได้ถึง 45% หากรับประทานมะเขือเทศเป็นประจำ

23. ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งรังไข่ ในเพศหญิง

24. หมักผมด้วยน้ำมะเขือเทศ ด้วยการใช้มะเขือเทศหมักผมจะช่วยป้องกันการเปลี่ยนไปของสีผม อันเนื่องมาจากการว่ายในน้ำในสระที่มีคลอรีน

25. น้ำมะเขือเทศนำมาใช้ขัดเครื่องประดับเงินชิ้นโปรดของคุณให้เงางามเหมือนเดิมได้ ด้วยการนำน้ำมะเขือเทศมาถูแล้วล้างน้ำออก

5 เคล็ดลับ ควรป้องกันและหลีกเลี่ยงเพื่อผิวสวย

1. ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงเวลา 10.00-16.00 น. เพราะช่วงเวลาดังกล่าวแสงแดดจากดวงอาทิตย์จะมีปริมาณแสง UV ที่สามารถทำร้ายผิวเราได้อย่างมาก ถ้าเลี่ยงไม่ได้ควรทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันผิวของเราจากแสงแดด เพื่อผิวที่ดูขาวใสกระจ่างอย่างต่อเนื่อง

2. ควรทาครีมกันแดดเสมอ แม้ว่าจะไม่ได้ออกไปเจอแสงอาทิตย์ แต่คุณทราบหรือไม่ว่า แสงจากหลอดไฟภายในบ้านหรือที่ทำงานก็เป็นตัวการทำให้ผิวของเราคล้ำได้

3. ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสาร Hudroquine หรือสารปรอท เพราะส่วนผสมเหล่านี้ อาจทำให้เกิดรอยแผลหรือเกิดมะเร็งได้หากสะสมในร่างกายมาก

4. ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเร่งให้ผิวขาว ซึ่งมันสามารถทำลายผิวของคุณและอาจเกิดรอยแผลไหม้ได้

5. ห้ามรับประทานวิตามินซีมากเกินไป เพราะจะมีผลต่อสุขภาพของร่างกายได้ เช่น อาจทำให้เกิดนิ่วในไตได้

 

รับทราบกันตามนี้นะคะ

เคล็ดลับเด็ด แก้ปัญหาคิ้วบาง

ปัญหาคิ้วบางเป็นปัญหาที่น่าที่หนักใจสาวๆ คิ้วบางทั้งหลายวันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ มาฝาก

ดอกอัญชัน นำดอกอัญชันมาล้างให้สะอาดแล้วบดเอาแต่น้ำ จากนั้นนำไปทาให้ทั่วคิ้วทั้งสองข้าง ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง รอจนแห้งสนิท หรือทาก่อนนอน สารแอนโธไซยานินในดอกอัญชัน จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดกระตุ้นรากขนทำให้ขนคิ้วดำเข้มมากขึ้น

น้ำมันมะกอก ให้สาว ๆ ใช้คัตตอนบัตจุ่มลงในน้ำมันมะกอกชนิดบริสุทธิ์ให้ชุ่มพอประมาณ จากนั้นจึงนำมาทาบาง ๆ ที่คิ้วทั้งสองข้าง แล้วนวดเบา ๆ ทิ้งไว้ 10 นาที วิตามินอีและวิตามินบีที่อยู่ในน้ำมันมะกอก จะช่วยบำรุงให้ขนคิ้วยาวและแข็งแรง

นมสด ใช้สำลีชุบน้ำนมพอประมาณแล้วนำมาทาหรือกดลงไปตามแนวคิ้วทั้งสองข้าง ทิ้งไว้จนแห้งแล้วล้างออก โปรตีน แร่ธาตุ และวิตามินที่อยู่ในนม จะกระตุ้นให้รากขนทำงานได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มความแข็งแร็งและความยาวได้อีกด้วย

ปิโตรเลียมเจลลี่ เนื่องจากในปิโตรเลียมเจลลี่มีประโยชน์ในด้านการกักเก็บความชื้นโดยตรง เมื่อทาลงไปยังผิวหนังหรือส่วนต่าง ๆ จะช่วยทำให้รูขุมขนชุ่มชื้นและขนคิ้วดกหนาดำเงาได้ง่าย ๆ เพียงแค่นำมาทำลงบนแนวคิ้วก่อนนอนเป็นประจำทุกวัน แค่นี้ก็มีคิ้วเข้มสวยได้แล้วล่ะค่ะ

ตัดเล็มขนคิ้วบ่อย ๆ นับเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยกระตุ้นการการทำงานให้ขนคิ้วยาวขึ้น แต่ทว่าสำหรับใครที่กลัวว่าเล็มขนคิ้วแล้วจะแหว่งหรือไม่เป็นทรง อาจเขียนโครงคิ้วหรือร่างไว้คร่าว ๆ แล้วค่อย ๆ ใช้กรรไกรเล็มทีละนิด รับรองคิ้วยาวขึ้นแน่นอน

ใช้คอนดิชันเนอร์บำรุงคิ้ว สาว ๆ หลายคนอาจจะเคยเห็นไอเทมชิ้นนี้ผ่านตามาบ้าง เนื่องจากคอนดิชันเนอร์บำรุงคิ้วจะมีลักษณะเป็นแท่งคล้ายมาสคาร่า แถมการใช้งานก็คล้ายคลึงกัน เพียงแค่นำมาปัดบำรุงคิ้ววันละ 1–2 ครั้ง ก็ช่วยบำรุงคิ้วบางให้ดูหนาและดกดำขึ้นได้

โกนขนคิ้ว แม้จะเป็นวิธีที่ค่อนข้างทรมานใจสำหรับสาวคิ้วบาง แต่การโกนคิ้วจะช่วยให้ขนคิ้วที่เกิดขึ้นมาใหม่หนาและยาวกว่าเดิม อาจโกนขนคิ้วช่วงปลายออกเล็กน้อย จากนั้นเมื่อผ่านไป 1-2 สัปดาห์ขนใหม่จะค่อย ๆ ยาวและหนาขึ้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

พอกหน้าด้วย ไข่ขาว เคล็ดลับบำรุงผิว ราคาถูก

อยากหน้าเด็ก แลดูใสกิ๊ก ที่สำคัญราคาไม่แพง แน่นอนค่ะ เพียงแค่ใช้ไข่ขาวของไข่ไก่เท่านั้น

วิธีทำก็ง่ายแสนง่ายค่ะ  เริ่มจาก

  • เลือกไข่ไก่ที่สดสะอาด น้ำมาล้างขจัดสิ่งสกปรกก่อนนะคะ
  • ตอกไข่ แยกระหว่าง ไข่แดง และ ไข่ขาวออกจากกัน  เราใช้เฉพาะไข่ขาวเท่านั้น  ส่วนไข่แดงเอาไปทำไข่เจียว ไข่ตุ๋นต่อแล้วกันนะ
  • ล้างหน้าทำความสะอาดใบหน้าก่อน  ซับให้แห้งค่ะ
  • แล้วเริ่มใช้สำลี จุมในไข่ขาว นำมาทาให้ทั่วใบหน้าเลย   รอจนแห้งประมาณ 10-15 นาที
  • พอแห้งสนิทจะรู้สึกว่าผิวหน้า จะตึงๆ ให้ไปล้างทำความสะอาดผิวหน้าด้วยน้ำเย็นได้เลยค่ะ

สูตรบำรุงนี้ ขอแนะนำให้ ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งนะคะ จะช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนีนยขึ้น  สิวเสี้ยนต่างๆ เริ่มลดน้อยลงไปเรื่อยๆค่ะ

 

กดจุดหน้าเด้ง

เอาเคล็ดลับดีๆ สำหรับสาว ที่อยากสวย หน้าเด้งดูอ่อนวัยมาฝากกันค่ะ

การกดจุดลงบนบริเวณใบหน้าเป็นเทกกระชับการยกกระชับหน้า โดยใช้นิ้วกลางกดทั้งหมด 5 จุด

เริ่มจาก 1.ตรงกลางระหว่างคิ้ว

2.คาง

3.ขมับทั้ง 2 ข้างบริเวณหางตา

4.หัวตาทั้ง 2 ข้าง  

5.ใต้โหนกแก้ม 

การกดจุดควรทำประจำ สามารถทำได้ทั้งเช้าและเย็นเลยนะคะ เผื่อให้ผิวผ่อนคลาย และถ้าให้ดีควรใช้ควบคู่ผลิตภัณฑ์ที่ดีด้วยค่ะ

 

ข้อมูจาก ผลิตภัณฑ์โซลวาซู บริษัท อมอร์แปซิฟิค (ประเทศไทย) 

5 วิตามินยอดฮิต ควรใช้อย่างไรให้ได้ประโยช

เมื่อพูดถึง “วิตามิน” คนส่วนใหญ่มักนึกถึงสรรคุณทาง “ยา” ที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง สดชื่น และสามารถรักษาโรคได้ ความเข้าใจดังกล่าวถูกต้องเพียงบางส่วน แม้ว่าวิตามินจะสามารถทำหน้าที่เสมือนยาแต่ถึงอย่างไรวิตามินก็ไม่ใช่ยา เพราะความจริงแล้ววิตามินเป็นส่วนหนึ่งของสารอาหารและสารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย เริ่มตั้งแต่การหายใจของเซลล์ การนำโปรตีน ไขมันและคาร์โบไฮเดรตไปใช้ในการสร้างเนื้อเยื่อ รวมถึงการผลิตพลังงาน ซึ่งโดยปกติแล้วร่างกายของคนเราไม่สามารถสร้างหรือสังเคราะห์วิตามินขึ้นได้เอง เราจึงต้องได้รับวิตามินที่เป็นสารสกัดจากสิ่งมีชีวิต (Organic) ผ่านการกินอาหารเสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่างในร่างกาย วัตถุประสงค์และวิธีการกินวิตามิน รวมถึงสารอาหารยอดฮิตชนิดต่างๆ ให้ถูกต้องและปลอดภัยควรทำอย่างไร ลองตามไปดู

วิตามินซี ในรูปแบบอาหารเสริม มีทั้งแบบเม็ดอัด แคปซูล ลูกอม ผสมน้ำหวาน-เครื่องดื่ม หรือผงละลายน้ำ รวมถึงการนำมาทำเป็น ซีรั่ม ครีม โลชั่น เพื่อเป้าหมายหลักในการบำรุงผิวให้ดูขาวใส เปร่งปรั่ง ลดความหมองคล้ำ นอกจากนี้วิตามินซียังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย สามารถป้องกันและรักษาโรคหวัด ทั้งยังมีส่วนช่วยลดการอักเสบจากการติดเชื้อและระดับคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย ปัญหาการขาดวิตามินซีพบได้ในกลุ่มคนที่ควบคุมอาหารมากๆ เป็นมังสวิรัต สูบบุหรี่ รวมถึงผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับการดูดซึม ทำให้มีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดข้อ เลือดออกตามไรฟัน แผลหายช้า และติดเชื้อง่าย ปริมาณวิตามินซีที่รางกายต้องการขั้นต่ำต่อวันคือ 60 มก. ในรายที่ขาดวิตามินซีแพทย์จะแนะนำให้กินวันละไม่เกิน 1000 มก. เพื่อประโยชน์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระและเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย แต่ในช่วงที่เป็นหวัดควรกินวันละ 3000 มก. แบ่งเป็น 3-6 เวลา ตลอดทั้งวัน จะลดความรุนแรงของหวัดได้มากที่สุด 85%

วิตามินบีรวม เป็นกลุ่มของวิตามินที่มีความจำเป็นต่อเส้นประสาทและความสมบูรณ์ของอวัยวะต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วยวิตามิน บี 1, บี 2, ไนอะซีน, แพนโทธีนิก แอซิด, บี 6, บี 12, โฟลิก แอซิด, ไอโนซิทอล และโคลีน วิตามิน บี รวมนอกจากจะเหมาะสำหรับการบำรุงสุขภาพผิว ผม สายตา ตับแล้ว ยังมีประโยชน์อย่างมากในการรักษาความผิดปกติของเส้นประสาทและคลายความเคร่งเครียดในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้หลายคนไม่รู้ว่าวิตามินบียังช่วยให้กระฉับกระเฉง ดังนั้นหากคุณเป็นคนหนึ่งที่นอนดึกหรือนอนหลับยาก การกินวิตามินบีก่อนนอนอาจทำให้คุณกลายร่างเป็นนกฮูกตาค้างไปทั้งคืน สำหรับปริมาณในการกินวิตามินบีเพื่อเป็นอาหารเสริมควรอยู่ที่ประมาณ 3,000-5,000 มก. ต่อวัน

น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส มีประโยชน์ช่วยต้านการอักเสบ เป็นองค์ประกอบสำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์ ช่วยป้องกัน และยับยั้งการลุกลามของภาวะประสาทเสื่อมจากโรคเบาหวาน บำรุงผิวพรรณ รักษาผิวหนังอักเสบ นอกจากนี้ยังพบรายงานวิจัยบ่งชี้ว่าการรับประทานน้ำมันอีฟนิงพริมโรส มีผลในการรักษาภาวะประจำเดือนผิดปกติ คลายการเจ็บเต้านมช่วงก่อนมีประจำเดือน และช่วยบรรเทาอาการปวดบวมของข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้ แม้อีฟนิ่งพริมโรสจะถูกโฆษณาและโหมสรรพคุณมากมาย โดยเฉพาะในเรื่องการบำรุงผิวพรรณ แต่ทางที่ดีควรใช้เท่าที่จำเป็น ไม่เกิน 3,000 มก. ต่อวัน สำหรับผลข้างเคียงอาจทำให้มีอาการคลื่นไส้ ปวดศีรษะ ผื่นแพ้และลมชักกำเริบ

กลูต้าไธโอน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เซลล์ในร่างกายมนุษย์สามารถสังเคราะห์ได้เอง มีคุณสมบัติเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ทำหน้าที่ในการปกป้องเนื้อเยื่อไม่ให้ถูกทำลายโดยสารอนุมูลอิสระที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย กระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย และที่สำคัญยังช่วยตับในการทำลายและขจัดสารพิษออกจากร่างกายด้วย ผลิตภัณฑ์กลูตาไธโอนที่พบในท้องตลาดส่วนใหญ่เน้นสรรพคุณเรื่องผิวขาว มักอยู่ในรูปยาเม็ดหรือผงละลายน้ำซึ่งสามารถถูกทำลายได้ในทางเดินอาหารของมนุษย์ ดังนั้นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการกินกลูตาไธโอนจึงแทบจะไม่มีเลย ทำให้มีคนพยายามนำกลูตาไธโอนในรูปแบบยาฉีดมาใช้แทนยากินมากขึ้น แต่ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของกลูตาไธโอนเพื่อให้ผิวขาวใสนั้นก็ยังไม่มีการพิสูจน์ผลที่ชัดเจน

Zinc(สังกะสี) เป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่ช่วยรักษาบาดแผลในร่างกายและช่วยให้ร่างกายดำรงความสมดุลในผู้ใหญ่ และช่วยทำให้เกิดความเจริญเติบโตในเด็ก ควบคุมฮอร์โมน สังเคราะห์โปรตีน ช่วยสร้างเซลล์ เสริมภูมิคุ้มกัน zinc ประกอบด้วยเอ็นไซม์ที่ควบคุมกระบวนการเผาผลาญ ป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระโดยปัจจัยต่าง ๆ หน้าที่ของ zinc ที่น่าสนใจก็คือการช่วยควบคุมอาการผิดปกติของผิวและช่วยในการรักษาบาดแผล อาหารเสริม zinc จะให้ผลดีที่สุดหากกินก่อนอาหารอย่างน้อย 1 ชั่วโมง หรือ 2 ชั่วโมงหลังอาหาร อย่างไรก็ดีหากมีอาการปวดท้องควรกินพร้อมอาหาร และไม่ควรกินร่วมกับอาหารที่มีแคลเซียมหรือฟอสฟอรัสสูงเพราะอาจทำให้การดูดซึมสังกะสีลดลง

จำให้ขึ้นใจ วิตามินไม่ใช่ยาวิเศษ!

” วิตามินไม่สามารถทดแทนอาหารได้ และไม่สามารถดูดซึมได้หากไม่ได้รับประทานร่วมกับอาหาร

” วิตามินไม่ใช่ยากล่อมประสาท

” วิตามินไม่สามารถทดแทนโปรตีนหรือสารอาหารอื่น เช่น เกลือแร่ ไขมัน คาร์โบไฮเดรต น้ำ หรือแม้แต่ทดแทนกันเอง โดยตัวของวิตามินเองแล้วไม่ใช่ส่วนประกอบของโครงสร้างในร่างกายเรา คุณไม่สามารถเลิกกินอาหารอื่นๆ และหันมากินแต่วิตามิน เพื่อสุขภาพที่ดีได้

ข้อมูลจาก ประชาชาติ และ Sanook.com

เคล็ดลับ ลดความมันบนใบหน้า

สาวๆ วัยทีน หลายตนเจอปัญหา หน้ามัน แต่หน้าไม่ติด ลองมาใช้วิธีนี้ดูนะคะ  นอกจากช่วยลดความมันของผิวหน้าแล้วยังช่วยกระชับรูขุนขนได้ดีอีกด้วย รับรองว่าได้ผลดีค่ะ

วิธีนี้จะเหมาะกับคนผิวมัน คนผิวแห้งไม่แนะนำให้ทำนะคะ

ของที่ใช้ก็หาง่ายแสนง่าย หาได้จากในครัว หรือ ในตู้เย็นที่บ้านเพื่อนๆ นี้แหละค่ะ นั้นก็คือ ไข่ไก่ 1 ฟอง

เริ่มจาก ตอกไข่และแยกระหว่าง ไข่แดง กับ ไข่ขาว ออกจากกัน เราใช้ไข่ขาว

นำมาไข่ขาวมามาร์สหน้า ทาให้ทั่วใบหน้า เว้นตรงบริเวณดวงตาเอาไว้

หลังจากนั้น ปล่อยให้ ไข่ขาวแห้ง สัก 10-15 นาที พอแห้งจะรู้สึกว่าหน้าจะตึงๆ

ก็ให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดก่อน 1 รอบ เสร็จแล้วตามด้วย ล้างด้วยโฟม หรือ เจลล้างหน้าอีก 1 รอบ

เป็นอันเสร็จค่ะ

วิธีนี้ขอแนะนำให้ทำ สัปดาห์ละ 1 ครั้งก็พอนะคะ ทำบ่อยๆ เดี๋ยวหน้าจะแห้งไปค่ะ

ส่วนไข่แดงที่เหลือ นำไปประกอบอาหารได้ตามปกตินะคะ