เคล็ดลับ รักษาสิว และ รอยแผลเป็นบุ๋มจากสิว

เคยนำบทความสาเหตุ เกี่ยวกับ สาเหตุของการเกิด สิว เกิดจากอะไร มาฝากกันไปแล้ว และก็เคยมีบทความเกี่ยวกับใช้ยาทาสิว ที่ช่วยให้สิวหายได้ อาทิเช่น ยา differin ยารักษาสิวอุดตัน   , ยา Benzac ac gel 2.5% ,  ยา Epiduo  มาลงในเว็บไซต์แล้วเช่นกัน  วันนี้เลยขอนำเสนอบทความเกี่ยวกับการรักษาสิว โดยวิธีอื่นๆ กันบ้างนะคะ

อาทิ การรักษาสิว โดยการใช้ยารับประทาน ค่ะ

ยารับประทาน รักษาสิว นั้น มักใช้ร่วมกันกับยาทา ในกรณ๊ที่เป็นสิวขั้นรุนแรง เช่น ยาต้านเชื้อแบคทีเรีย ยากลุ่มกรดไวตามินเอ (Isotretionin) และฮอร์โมน หากจำเป็นต้องใช้ยาควรจะปรึกษาแพทย์นะคะ ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง ควรจะต้องศึกษาผลข้างเคียงของยาที่รับประทานเข้าไปด้วยค่ะ เพราะว่ายาบางตัวอาจจะมีผลข้างเคียงกับคนเป็นโรคนั้นโรคนี้ค่ะ

ต่อมาการรักษา สิว ด้วยวิธีอื่นๆ นั้นมีดังต่อไปนี้ค่ะ

การใช้ความเย็น (Liquide nitrogen) การฉีดสเตียรอยด์ การกดสิว การใช้แสงเลเซอร์ ซึ่งมี หลายสี อย่างเช่น แสงสีแดง (Red light) ,แสงสีเขียว (Blue light) และแสงความเข้มสูง (interse pulse light) แสงเหล่านี้ส่งผลต่อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของสิว  นอกจากนี้กลุ่มแสงดังกล่าว ยังส่งผลให้เกิดการหดตัวของต่อมไขมัน และกระตุ้นให้มีการเส้นใยคอลลาเจน และอีสาสติน ผลพลอยได้อื่นๆ คือ หน้ามันลดลง รูขุนขนเล็กลง ทั้งยังป้องกัน และ รักษาแผลเป็นบุ๋มที่เกิดจากการเป็นสิวได้ด้วย

สาเหตุหลักของการเป็นแผลเป็นบุ๋มเกิดจากสิวอักเสบเป็นหลัก เมื่อการอักเสบหายไปแล้ว แรกๆ จะเป็นรอยแดงและบุ๋มหากปล่อยทิ้งไว้นาน แล้วนั้น รอยแดงจากสิว จะหายไปได้เอง แต่รอยบุ๋มนั้นยังคงอยู่ การรักษาแผลเป็นบุ๋ม จากสิวควรรักษาแต่เนิ่นๆ นะคะ เพราะว่าผลการรักาาจะดีกว่าในแผลที่เป็นมาเป็นปี การรักษาแผลเป็นสิว โดยทั่วไปไม่มีการรักษาอย่างใดอย่างหนึ่งที่ให้ผลดีที่สุดหลอกค่ะ จำเป็นต้องใช้หลากหลายวิธีร่วมกันขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแผลที่เป็น  เช่น  ยาทาในกลุ่มกรดไวตามินเอ การขัดกรอผิว การใช้เข็มเล้กๆ ในการกลิ้งทั่วใยหน้า หรือ ที่เรียกกันว่า ไมโครนีดเดิล (microneedietherapy) การใช้เลเซอร์ (laser) ร่วมกันในการรักษา ผลการรักษาส่วนใหญ่จึงจะเป็นที่น่าพอใจค่ะ

เห็นแล้วใช้มั้ยค่ะ ว่าการรักษาสิวและรอยแผลเป้นบุ๋มจากสิวในปัจจุบันมีทางเลือกมากมาย ดังนั้นสาวๆ หนุ่มท่กำลังเป็นสิวทั้งหลายก็ไม่ควรท้อแท้ใจกับการรักษาสิว  หรือ หมดหวังในการรักษา อย่านะคะ ถ้าคุณยังอยากมีผิวที่ดี ต้องสู้ๆ ค่ะ โลกในปัจจุบันมีการศึกษากันมากมาย รับรอยว่าถ้าคุณดูแลใส่ใจกับสิว  ก็จะคลี่คลายไปได้ด้วยดีค่ะ

 

ข้อมูลบางส่วน จาก โรงพยายาลวิชัยยุทธ

 

5 สูตรลับเพื่อสาวสวยใส ทำหน้าใสเด้ง

1. ล้างหน้าให้สะอาดและถูกวิธี เพื่อผิวสวยหน้าใส โดยเลือกสบู่ล้างหน้าให้เหมาะกับผิวของตนเองนะคะ อย่างเช่น ถ้าเป็นคนผิวมัน ก็ควรเลือกใช้สบู่แบบออยล์คอนโทรล เป็นต้นค่ะ และไม่ควรหน้าล้างเกินวันละ 2 ครั้ง เพราะจะทำให้ผิวหน้าขาดความชุ่มชื้นได้นะคะ

2. ก่อนล้างหน้าควรล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นเพื่อเป็นการเปิดรูขุมขน หลังจากนั้นใช้สบู่ล้างหน้าและล้างฟองออกด้วยน้ำเย็น เพื่อปิดรูขุมขนค่ะ ซับหน้าด้วยผ้าขนหนูเบาๆและใช้สำลีชุบโทนเนอร์เช็ดหน้าอีกครั้งค่ะ เพื่อกระชับรูขุมขน

3. หลังจากล้างหน้าทุกครั้ง ควรทาครีมบำรุงผิว เพื่อทดแทนความชุ่มชื่นที่เสียไปจากการล้างหน้า เพื่อป้องกันริ้วรอยและรอยหมองคล้ำต่างๆก่อนวัยอันควรจ๊ะ

4. หาเวลาว่าง พอกหน้าและขัดหน้าสัปดาห์ละ1ครั้งนะค่ะ เพื่อเป็นการทำความสะอาดผิวหน้าที่ลึกซึ้งมากกว่าการล้างหน้าตามปกติ บำรุงผิวไปในตัว และช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้นค่ะ เพื่อผิวพรรณที่สวย หน้าใสเปล่งปลั่ง ดูสุขภาพดีคะ

5. รับประทานอาหารที่มีคุณค่าและดื่มน้ำสะอาด ให้มากๆค่ะ อย่างเช่น ผักสดและผลไม้สดค่ะ ดีต่อผิวของเรานะจ๊ะ

ผิวแต่ละแบบควรดูแลต่างกันค่ะ

มาดูกันค่ะ ว่าผิวแต่ละผิวมีการแตกต่างกันอย่างไร และควรดูแลอย่างไรดี เพื่อผิวที่ดีของคุณสาวๆ ค่ะ

‘ผิวแห้ง’ เป็นลักษณะของผิวที่ขาดน้ำและขาดน้ำมัน วิธีดูแลให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดูแลผิวแห้งโดยเฉพาะ เน้นที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอร์ไรเซอร์ จะช่วยให้ผิวหน้าไม่แห้งตึงและกลับมาเนียนนุ่มชุ่มชื้น

‘ผิวผสม’ คือ ผู้ที่มีผิวมันบริเวณทีโซน แต่พวงแก้มแห้ง ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เน้นการดูแลผิวผสมเป็นพิเศษ มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อคืนความชุ่มชื้นให้ผิว แต่ต้องไม่ทำให้หน้ามันจนเกินไป

‘ผิวมัน’ คือ ผิวที่มีน้ำมันออกมามากกว่าปกติ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวมัน ที่จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว และไม่ทำให้ผิวหน้ามันจนเกินไป

‘ผิวหน้าไม่เรียบ’ คือ ที่เกิดจากรอยสิว ให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวควบคู่กับครีมกระชับรูขุมขน แล้วเพิ่มคลีนซิ่งในการทำความสะอาดใบหน้า เพื่อให้ผิวหน้าสะอาดมากขึ้นและไม่ทำให้เกิดการอุดตันของสิว ส่งผลให้ผิวหน้าเรียบเนียน

‘ผิวมีสิวเสี้ยน’ บริเวณจมูกและคาง ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์คลีนซิ่งที่สามารถทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก และไม่ทำให้ผิวแห้งตึง เพิ่มการมาร์กหน้าหรือนวดหน้าเข้าไปด้วย เพื่อกระตุ้นให้สิวเสี้ยนหลุดออก

‘ผิวลอกหรือเป็นขุย’ เกิดจากผิวแห้ง หรือผิวที่ตากแดดนานเกินไป ควรเน้นการมาร์กหน้าและนวดหน้าเป็นพิเศษ เพื่อเนื้อครีมจะได้ซึมซับเข้าสู่ผิวเร็วและล้ำลึกขึ้น

‘ผิวมีริ้วรอย’ คือ ผิวที่ขาดความยืดหยุ่นและมีริ้วรอย แนะนำให้ใช้เอสเซนบำรุงผิวยามค่ำคืน และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าเป็นพิเศษ รวมทั้งควรมาร์กหน้าพร้อมนวดหน้าอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อเป็นการผ่อนคลายผิว และช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี ส่งผลให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น มีความยืดหยุ่น และเรียบเนียนกระชับมากขึ้น