ข้อแนะนำการกินอาหารเพื่อให้ผิวสวย

การสร้างผิวสวยด้วยอาหาร ทั้งรูปแบบการกินและรูปแบบการดำรงชีวิต ตลอดไปจนถึงพันธุกรรม เหล่านี้มีผลต่อ

การแก่ของผิวหนังทั้งนั้น แต่เนื่องจากเราเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมไม่ได้ จึงต้องหันมาสนใจดูแลร่างกายโดยเน้นที่

อาหารแทน การกินอาหารกับผิวสวย

 

ข้อแนะนำการกินอาหารเพื่อให้ผิวสวยมีดังนี้
1. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ ๘ แก้ว จะเป็นการช่วยชำระของเสีย และสารพิษต่างๆ

ออกจากร่างกาย

 

2. ลดอาหารไขมันสูงและอาหารที่ให้แคลอรีสูง พบว่าอาหารที่มีไขมันสูงจะทำให้เกิดโรคหัวใจ  และมะเร็งได้

มีงานวิจัยชี้ว่าอาหารไขมันสูงอาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ เพราะอาหารไขมันสูงทำให้ภูมิต้านทานของร่างกาย

ต่ำมะเร็งจึงมีโอกาสเกิดง่ายขึ้น เมื่อคนเรามีวัยสูงขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายจะค่อยๆ สูญเสียกล้ามเนื้อหรือความแข็งแรง

ของกล้ามเนื้อไป เหล่านี้ ทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีและไขมันน้อยลง ทำให้ต้องกินอาหารน้อยลง เพื่อให้

ร่างกายมีน้ำหนักคงที่ ดังนั้น ต้องพยายามลดอาหารไขมันสูงและแคลอรีสูงด้วย
3. กินผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม (dairy products) ที่เป็นชนิดไขมันต่ำ (low-fat)   ควรเลือกผลิตภัณฑ์

นมเนยที่มีไขมันต่ำ เช่น low-fat  หรือ non fat yoghurt; cottage cheese หรือ skim milk พวกนี้

จะลดไขมันได้โดย ร่างกายไม่ขาดแคลนแคลเซียม พวกปลาซาร์ดีนกระป๋อง ปลาแซลมอนกระป๋อง ก็เป็นแหล่ง

แคลเซียมที่สำคัญที่อาจทดแทนการได้แคลเซียมจากนมเนยได้  ผู้หญิงจำเป็นต้องได้รับแคลเซียมให้เพียงพอ

ดังนั้น ถึงจะลดการดื่มนมกินเนยเพื่อลดอาหารไขมันสูงเพียงใด ก็ต้องไม่ลืมว่าจะต้องได้รับแคลเซียม

ให้เพียงพอ มิฉะนั้นจะเกิดโรคกระดูกพรุนได้

 

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังคือแสงแดด  ซึ่งเชื่อว่าทุกคนคงทราบดีอยู่แล้ว แต่เมื่อไม่นานมานี้

มหาวิทยาลัยแพทย์ Baylor College ที่เท็กซัส สหรัฐ-  อเมริกา ได้ศึกษาผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งผิวหนัง

จำนวน ๗๖ คนโดยแบ่งเป็น ๒ กลุ่มเท่ากัน กลุ่มแรกจะได้อาหารไขมันต่ำ คือได้แคลอรีร้อยละ ๒๐

จากไขมัน  และกลุ่ม  ที่ ๒ ให้กินอาหารไขมันสูง คือได้แคลอรีร้อยละ ๔๐ จากไขมัน ให้กินอาหาร

แบบนี้ต่อเนื่องกัน ๒ ปี พบว่ากลุ่มแรกซึ่งได้ไขมันต่ำเกิดรอยโรคขั้นก่อนเป็นมะเร็งผิวหนัง

(pre cancerous lesion) เพิ่มขึ้นเฉลี่ย ๓ รอยต่อคน แต่กลุ่มที่ ๒ ซึ่งได้ไขมันสูง พบรอยโรคก่อน

เป็นมะเร็งผิวหนังที่เกิดใหม่เฉลี่ย ๑๐ รอยต่อคน นักวิจัยสรุปว่าการได้อาหารไขมันสูงอาจทำให้ร่างกาย

เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง เพราะระบบภูมิต้านทานของร่างกายจะเสียไป

 

4. พยายามกินผักและผลไม้ร่วมด้วยเสมอ เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับวิตามิน เกลือแร่ และยังให้ไฟ

เบอร์คือกากใยอาหาร  ซึ่งทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี
5. กินอาหารที่มีไฟเบอร์คือกากใยอาหารให้เพียงพอ พยายามให้ร่างกายได้รับไฟเบอร์อย่างน้อยวันละ

๒๕ กรัม อาหารพวกข้าวที่ไม่ได้ขัดสี ข้าวกล้อง ถั่ว ถั่วฝักยาว จะให้ไฟเบอร์สูงอาหารเสริมกับผิวพรรณ

โภชนาการที่ดี (จากการกินอาหาร) ทำให้ผิวพรรณ สดสวยและปราศจากโรคภัยของผิวหนัง

ที่เห็นได้ชัดคือเมื่อขาดอาหาร  เส้นผมอาจหลุดร่วง  มุมปากเกิดแผลอักเสบที่เรียกกันว่า “ปากนกกระจอก”

เล็บซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผิวหนังอาจผุกร่อนเปราะหักง่าย และผิวหนังแลดูหม่นหมอง ไม่สดใส เกิดรอยช้ำ

จ้ำเลือดได้ง่าย ยามใดเกิดการกระทบกระแทกและเกิดแผลที่ผิวหนัง บาดแผลจะหายได้ช้า หากกินอาหาร

ครบถ้วนได้สัดส่วน มักจะได้รับวิตามินและเกลือแร่ที่เพียงพอ เกลือแร่ที่จำเป็นมี ๑๖ ตัว  ตัวอย่าง

ของเกลือแร่ที่จำเป็นคือ เหล็ก แคลเซียม และสังกะสี วิตามินที่จำเป็นต่อสุขภาพที่ดีมี ๑๓ ตัว ตัวอย่าง

ของวิตามินที่สำคัญต่อสุขภาพ และผิวพรรณ ได้แก่ วิตามินเอ  ซึ่งทำให้ผิวพรรณนุ่มเนียนและยืดหยุ่น

ได้ดีไม่เหี่ยวย่น วิตามินบีรวมซึ่งทำให้ผิวหนังเรียบมัน  และวิตามินซีซึ่งใช้ในการสร้างคอลลา-เจน

และอีลาสตินซึ่งเป็นส่วนประกอบของชั้นหนังแท้ หากร่างกายขาดวิตามินเอ อาจเกิดสิวได้ง่ายกว่าปกติ

นอกจากนั้นการขาดวิตามินเอทำให้เป็นตุ่มนูนสาก ตามรูขุมขน หากขาดวิตามินบี เช่น บี ๑ บี ๓

และบี ๖ ผิวหนังอาจอักเสบได้ เส้นผมไม่แข็งแรง และอาจเกิดผลตามเนื้อเยื่อบุในช่องปาก การขาด

วิตามินบี ๒ ทำให้มุมปากอักเสบที่เรียกกันว่าโรคปากนกกระจอก การขาดวิตามินบี ๓ (niacin)นอก

จากจะมีผิวหนังอักเสบเป็นผื่นคัน ปวดแสบปวดร้อนบริเวณที่โดนแสงแดด เช่นที่หลังมือและที่คอ

แล้วยังมีท้องเสีย และอาการหลงลืมได้ แพทย์เรียกกลุ่มอาการนี้ว่าโรคเพลแลกรา (pellagra)ส่วน

การขาดวิตามินซี ทำให้แผลหาย ช้า เส้นขนบิดเป็นเกลียวสว่าน เกิดรอยช้ำจ้ำเลือดง่าย มีเลือดออก

ตามรูขุมขน เหงือกบวมและมีเลือดออกตามไรฟัน เรียกกันว่า โรคลักปิดลักเปิด (ศัพท์แพทย์เรียกว่า

scurvy) ส่วนการขาดแคลนอาหารกลุ่มโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์นั้นทำให้สีของผิวหนังของเส้นผมเปลี่ยน

ไป เส้นผมหลุดร่วงออกเล็บอาจมีสีขาวขุ่นทั้งเล็บได้ ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ คือยังมีประจำเดือนอยู่อาจขาด

ธาตุเหล็กได้  เพราะนอกจากทุกๆ เดือนต้องสูญเสีย ธาตุเหล็กไปกับประจำเดือนแล้ว หากมีลูกอ่อน

และเลี้ยง ลูกด้วยน้ำนมตัวเอง ก็จะสูญเสียธาตุเหล็กไปกับน้ำนม มากพอควร  ส่วนการขาดธาตุเหล็ก

ทำให้เกิดโรคโลหิตจาง มีผิวพรรณซีดเซียวไม่เปล่งปลั่ง ลิ้นอักเสบริมฝีปากลอก เล็บโค้งงอเป็นรูปช้อน

อีกทั้งผู้หญิงหลายๆ รายอยากมีหุ่นนางแบบจึงอดอาหารจนขาดเกลือแร่ได้ การขาดเกลือแร่ทำให้ผิว

หนังซีดเซียว เหลือง และเกิดโรคโลหิตจางได้ หากขาดธาตุเหล็กจึงควรได้รับธาตุเหล็กทดแทน บางคนรัก

สวยรักงามอยากมีหุ่นงามยอมอดอาหารจนเอวกิ่ว มีนางแบบที่อดอาหารจนตายหลายคน จนต้องมีการรณรงค์

ไม่ให้จ้างนางแบบที่ผอมเกินไป อ้วนไปก็ไม่ดี  ผอมไปก็ไม่ดี เดินทางสายกลางดีที่สุดในทางตรงกันข้าม

สมัยนี้หลายๆ คนมีปัญหาเกี่ยว กับเรื่องความอ้วนหรือกินอาหารมากเกินความต้องการของร่างกาย ซึ่งอาจ

ก่อปัญหาแก่ผิวหนังได้เช่นกัน คนอ้วนอาจเป็นโรคสะเก็ดเงิน (PSORIASIS)  ผิวแตกลาย (striae ) ผิวติด

เชื้อรา โดยเฉพาะบริเวณที่อับชื้น เช่น ขาหนีบ ที่ชาวบ้านเรียกว่าสังคัง (tinea cruris) ติดเชื้อยีสต์

(candidiasis) เชื้อแบคทีเรีย (erythrasma)  ผิวมีผื่นดำ เช่นที่ ลำคอ (acanthosis nigricans)

มีติ่งเนื้อ (skin tags) มีกลิ่นตัว และมีขนดก เกิดได้ง่ายกว่าคนที่ไม่อ้วน
บางคนชอบอาหารรสเค็มจัดชนิดที่ต้องเติมน้ำปลา เติมเกลือเสมอๆ หรือชอบกินอาหารทะเล ไม่ว่า จะเป็น ปู

ปลา กุ้ง หรือสาหร่ายทะเล ซึ่งทำให้ได้รับไอโอดีนมากเกินไป ทำให้เกิดสิวอักเสบตามใบหน้า หน้าอก และ

หลังได้ ยาแก้ไอบางตัวมีส่วนประกอบของเกลือไอโอดีนสูง ดังนั้น หากเป็นสิวมากๆ และนานๆ ลองคิดดูว่า

เกิดจากการได้รับเกลือแร่ไอโอดีนมากเกินไปหรือไม่
คนที่กินอาหารมังสวิรัติคือกินแต่ผัก บางครั้งกินผักมากเกินไปทำให้ผิวหนังมีสีเหลืองซีด เพราะสารบีตาแคโรทีน

ในผักใบเขียว หัวแครอตและมะละกอ วิตามินเอถ้ากินมากเกินไป ทำให้ผิวหนัง เยื่อบุในช่องปากและดวงตา

แห้งผากได้ การกินวิตามินและเกลือแร่เสริม เป็นกำมือ โดยปราศจากการได้รับอาหารที่ครบสัดส่วน ย่อมไม่อาจ

ทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีได้ หากต้องการกินวิตามินหรือเกลือแร่เสริมมากๆ ควรปรึกษาแพทย์ หรือนักโภชนาการ

ก่อนจะปลอดภัยกว่า

 

อีกหนึ่งสิ่งที่ควรทานเพื่อใช้ให้สุขภาพผิวของสาวๆ อย่างเราดีขึ้น คือ ยาสตรี Foxy ที่มีสมุนไพรกว่า 60 ชนิด อาทิเช่น ว่านชักมดลูก ที่มีประโยชน์อย่างมาก ช่วยเรื่องระบบฮอนโมน์และช่วยเรื่องระบบภายในของผู้หญิงเราเป็นอย่างดี 

แล้วยังมีส่วนผสมของโปรไบโอติก ซึ่งจะมาช่วยเรื่องระบบขับถ่ายให้มีประโยชน์มากขึ้นอีกด้วยค่ะ

Foxy ยาสตรี ทานแล้วได้อะไร
Foxy ยาสตรี ทานแล้วได้อะไร

บทความดีๆ จาก http://www.probioherb.net/


 

5 เคล็ดลับ ควรป้องกันและหลีกเลี่ยงเพื่อผิวสวย

1. ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงเวลา 10.00-16.00 น. เพราะช่วงเวลาดังกล่าวแสงแดดจากดวงอาทิตย์จะมีปริมาณแสง UV ที่สามารถทำร้ายผิวเราได้อย่างมาก ถ้าเลี่ยงไม่ได้ควรทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันผิวของเราจากแสงแดด เพื่อผิวที่ดูขาวใสกระจ่างอย่างต่อเนื่อง

2. ควรทาครีมกันแดดเสมอ แม้ว่าจะไม่ได้ออกไปเจอแสงอาทิตย์ แต่คุณทราบหรือไม่ว่า แสงจากหลอดไฟภายในบ้านหรือที่ทำงานก็เป็นตัวการทำให้ผิวของเราคล้ำได้

3. ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสาร Hudroquine หรือสารปรอท เพราะส่วนผสมเหล่านี้ อาจทำให้เกิดรอยแผลหรือเกิดมะเร็งได้หากสะสมในร่างกายมาก

4. ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเร่งให้ผิวขาว ซึ่งมันสามารถทำลายผิวของคุณและอาจเกิดรอยแผลไหม้ได้

5. ห้ามรับประทานวิตามินซีมากเกินไป เพราะจะมีผลต่อสุขภาพของร่างกายได้ เช่น อาจทำให้เกิดนิ่วในไตได้

 

รับทราบกันตามนี้นะคะ

กินผลไม้ กันแก่กันเถอะ

ผลไม้มีวิตามินที่มีประโยชน์ ช่วยให้สาวๆ ที่อายุ 30+ ชล่อ อายุผิวได้ โดยเฉพาะผลไม้ 5 ชนิดค่ะ

ลองมาอ่านรายละเอียดกันดูว่ามีประโยชน์ยังไงนะคะ

 

เชอร์รี่
เชอร์รี่

1.เชอร์รี่

ผลสีแดง ๆ รสเปรี้ยวอมหวานชนิดนี้ อุดมไปด้วยวิตามินซีมากกว่าส้มถึง 30-80 เท่า นอกจากจะช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส ชะลอความแก่ และช่วยต้านอนุมูลอิสระแล้ว เชอร์รี่ยังช่วยให้สาว ๆ อารมณ์ดีขึ้นอีกด้วย เนื่องจากเชอร์รี่มีสารที่ชื่อว่า แอนโธไซยานิน ซึ่งเป็นเม็ดสีที่ทำให้ผลไม้ชนิดนี้มีสีสันสดใส และมีสรรพคุณที่สำคัญคือทำให้คนกินมีความสุข ในทางการแพทย์เชอร์รี่จัดได้ว่าเป็น “แอสไพรินธรรมชาติ” เลยทีเดียว

กล้วย
กล้วย


2.กล้วย

กล้วยทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นกล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม หรือกล้วยอื่น ๆ นอกจากจะหากินง่ายและมีราคาถูกแล้ว ยังเต็มไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย ด้วยธาตุโพแทสเซียมที่สูง แต่โซเดียมต่ำ กล้วยจึงช่วยในการลดความดันโลหิต มีธาตุเหล็กสูงที่ช่วยกระตุ้นการผลิตฮีโมโกลบินในเลือด ทำให้ผิวพรรณของคุณดูเปล่งปลั่งมีเลือดฝาด และปริมาณเส้นใยอาหารที่มีอยู่มากยังช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติด้วย

กล้วยยังมีส่วนประกอบของวิตามินบี 6 ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ซึ่งมีผลไปถึงอารมณ์ สำหรับสาว ๆ ที่มีอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS-Premenstrual Syndrome) การกินกล้วยจะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น 

 

สตอร์เบอรรี่
สตอร์เบอรรี่

3.สตรอว์เบอร์รี

อุดมด้วยวิตามินซีและไฟติวเรียนต์ที่จะทำให้อนุมูลอิสระหมดฤทธิ์ ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้ระบบประสาท ผ่อนคลายความอ่อนล้าของสมอง และทำให้สมองของคุณกระฉับกระเฉง สามารถจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ 

 

ผักใบเขียว
ผักใบเขียว

4.ผักใบเขียวต่าง ๆ

อายุมากขึ้น ความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคหัวใจก็เพิ่มมากขึ้นไปด้วย การกินผักใบเขียวทุกวันจะช่วยลดความเสี่ยงโรคนี้ได้ถึง 11 เปอร์เซ็นต์ ทั้งยังช่วยในเรื่องการมองเห็น เนื่องจากมีแคโรทีนอยด์ถึงสองชนิดคือ ลูทีน และซีแซนทิน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมอันเนื่องมาจากวัย และยังอุดมไปด้วยกรดโฟลิกที่จะช่วยให้ร่างกายผลิตเซลล์ใหม่ ๆ ทั้งเป็นแหล่งวิตามินอีและโฟเลตที่ช่วยชะลอปัญหาความจำเสื่อม

 

แอปเปิ้ล
แอปเปิ้ล


5.แอปเปิ้ล

เป็นที่รู้กันมานานแล้วว่าแอปเปิลอุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนต์ที่ช่วยขจัดตัวการที่ทำให้เซลล์เสื่อมสภาพ สำหรับสาว ๆ ที่ต้องการสวยสดใส ขอแนะนำให้เลือกกิน “แอปเปิลสีชมพู” ที่มีสารฟิโนลิก ซึ่งจะช่วยยับยั้งการเกิดฝ้า และชะลอความแก่ให้ผิวหนัง และมีสารฟลาโวนอยด์ที่เพิ่มการดูดซึมวิตามินซี และทำให้ผนังหลอดเลือดฝอยแข็งแรงด้วย

 

ขอบคุณที่มาจากนิตยสาร Lisa

สับปะรด ล้างพิษ

สาวๆ ที่ชอบทำ ดีท็อกซ์ (Detox) ลองหันมาทาน สับปะรด ไม่เจ็บตัว ราคาไม่แพงด้วยนะคะ  เพราะว่าสับปะรด มีแอนตี้ออกซิแดนท์อย่างวิตามินบีและซี รวมถึงแร่ธาตุเพื่อการ ดีท็อกซ์ (Detox) อย่างทองแดงและแมงกานีส

ถ้าคุณเป็นคนชอบทานผลไม้ สับปะรดถือว่าเป็นทางเลือกที่ไม่เลวเลยค่ะ

เลือกครีมทาผิวให้เหมาะสม เพื่อผิวสวยของว่าที่คุณแม่จ้า


ผิวใครก็รัก อยากให้ผิวดูดี เราก็มาทำความเข้าใจผิวกันเสียก่อนนะคะว่า ต้องให้ครีมหรืออะไรบำรุงผิวให้ออกมาสวยตามใจปราถนาค่ะ

โดยเฉพาะสาวๆ ที่กำลังจะเป็นคนแม่ในไม่ช้า ยิ่งควรจะเเลือกครีมทาผิวที่เหมาะสม จะช่วยให้ผิวของว่าที่คุณแม่ยืดหยุ่นลดความแห้งและการแตกลายได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

ควรเลือกครีมแบบริชมอยส์เจอร์ไรซ์เซอร์ หรือที่มีส่วนผสมของวิตามินอี

น้ำมันมะพร้าว น้ำมันงา น้ำมันมะกอก ดีต่อผิวและปลอดภัยจากสารเคมีตกค้าง
เบบี้ออยล์ ชโลมตัวหลังอาบน้ำขณะตัวหมาด และควรเลี่ยงปัจจัยที่จะทำให้ผิวแห้ง เช่น
– เลี่ยงอาบน้ำร้อนเพราะจะทำให้ผิวแห้ง
– หลังอาบเสร็จควรทาครีมทันที
– ไม่ควรทาแป้งเพราะจะทำให้ผิวยิ่งแห้ง
– ดื่มน้ำและรับประทานผลไม้เป็นประจำ
– หมั่นทาครีมระหว่างวันหากคุณแม่ต้องนั่งในห้องแอร์

อ่านรายละเอียดจบกันแล้วก็ทำตามกันด้วยนะคะ

สาเหตุ ของผิวแห้ง

ผิวแห้ง ปัญหาที่ก่อให้เกิดความไม่มั่นใจจะใส่เสื้อแขงกุด เสื้อขอกว้าง หรือ กางเกงสั้น กระโปรงสั้น เผยโชร์ผิวนั้นก็ไม่ได้  เพราะถ้าโชร์แล้วผิวแห้งไม่สวย มีขุย ก็ขาดความมั่นใจอย่างแรก ถ้าเกิดมีคนทักว่า ว๊ายผิวเธอแห้งมากเลย อะ แล้วยังจะใส่สั้นอีก  คงเสียความั่นใจอย่างแรงเลยใช่มั่ยค่ะ

ที่นี้เรามาดูสิว่า สาเหตุ ของผิวแห้ง นั้นมีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง

โรคผิวหนัง โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ที่มีอาการได้ทั้งหอบหืด แพ้อากาศ หรือเป็นผื่นคันบริเวณใบหน้าและ ข้อพับแขน ขา ผิวหนังคนไข้โรคภูมิแพ้นี้จะมีผิวแห้งเนื่องจากน้ำมันเคลือบผิวตามธรรมชาติมีน้อยกว่าคนปกติค่ะ ทำให้การเก็บกักน้ำใต้ผิวไว้ไม่ได้ดีเท่าที่ควร

โรคประจำตัว เช่น ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานบกพร่อง โรคเบาหวาน เป็นต้นค่ะ

วัย สังเกตได้ว่าผู้สุงอายุมักจะมีผิวที่บาง และ แห้งลง ความจริงแล้วผิวจะเริ่มมีปัญหาตั้งแต่อายุประมาณ 40 ปีขึ้นไปค่ะ

อาชีพ ก็สำคัญยิ่งถ้าอาชีพไหนที่ต้องสัมผัสกับสารเคมี หรือ ล้างมือบ่อยๆ เช่น ช่างเสริมสวย บุคลากรทางการแพทย์ ช่างซ่อมเครื่องยนต์ พนักงานทำความสะอาด นอกจากนี้การทำงานในบริเวณที่มีอากาศเย็นจัดก็ทำให้ผิวแห้งได้มากเช่นกันค่ะ

สภาพอากาศ ถึงแม้ประเทศไทยอยู่ในเขตที่มีอากาศร้อนชื้น แต่ในฤดูหนาวอากาศแห้ง ทำให้ผิวแห้ง เพิ่มขึ้นได้

 

 

สีเสื้อถูกโฉลก ประจำวันเกิด

สีเสื้อประจำวันเกิด สำหรับผู้ที่เกิดวันต่างๆ มีทั้งสีที่ถูกโฉลกและสีที่ไม่ถูกโฉลกของแต่ละวัน

สีเสื้อประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันอาทิตย์
สีที่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ ได้แก่ สีเขียวสด สีเขียวแก่ สีขาว สีชมพู
สีที่ไม่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ ได้แก่ สีฟ้า สีน้ำเงิน

สีเสื้อประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันจันทร์
สีที่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันจันทร์ ได้แก่ สีเขียวสด สีม่วงอ่อน สีม่วง
สีที่ไม่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันจันทร์ ได้แก่ สีแดง

สีเสื้อประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันอังคาร
สีที่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันอังคาร ได้แก่ สีม่วง สีแดง สีแสด
สีที่ไม่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันอังคาร ได้แก่ สีเหลือง สีขาว

สีเสื้อประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันพุธ
สีที่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันพุธ ได้แก่ สีเขียว สีเหลืองอ่อน สีเหลืองแก่
สีที่ไม่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันพุธ สีชมพู

สีเสื้อประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันพฤหัสบดี
สีที่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี ได้แก่ สีน้ำเงิน สีฟ้า สีเขียวสด สีแดง
สีที่ไม่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี ได้แก่ สีม่วงอ่อน สีม่วงแก่

สีเสื้อประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันศุกร์
สีที่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันศุกร์ ได้แก่ สีเหลือง สีชมพูอ่อน สีแสด
สีที่ไม่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันศุกร์ ได้แก่ สีเขียวแก่

สีเสื้อประจำวันเกิด สำหรับคนเกิดวันเสาร์
สีที่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันเสาร์ ได้แก่ สีเขียวจัด สีเขียวเข้ม สีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน สีฟ้า สีชมพู สีน้ำตาล
สีที่ไม่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันเสาร์ ได้แก่ สีเขียวอ่อน สีเขียวสด

เคล็ดไม่ลับ ส้ม แก้ปัญหากลิ่นปากได้นะจ๊ะ

วันนี้ใครที่กำลังเผชิญปัญหาเกี่ยวกับกินปากที่ทำให้รู้สึกกวนใจอยู่ละก็

ลองหันมาทานส้ม 1 ผลหลังอาหาร
ส้ม หรือ ผักผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะนาว และสับปะรด ซึ่งมีกรดซิตริกสูง ช่วยกระตุ้นให้เกิดการหลั่งน้ำลายออกมากำจัดแบคทีเรียในช่องปาก

บำรุงผิวหน้าด้วย Rosewater Balancing Mist Intense Deluxe Edition2 จาก Jurlique

เมื่อศาสตร์อันทรงคุณค่าจากธรรมชาติ ถ่ายทอดลงสู่ผลิตภัณฑ์ ให้คุณได้สัมผัสถึงความงดงามที่ส่องประกายเจิดสจัส

เชิญสัมผัส! Rosewater Balancing Mist Intense Deluxe Edition2 ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าบางเบาในรูปแบบสเปรย์มิสท์ อุดมด้วยสารสกัดจากดอกกุหลาบ และพลังจากพืชพรรณธรรมชาติ มอบความชุ่มชื้นสู่ผิว ให้ผิวแลดูเนียนนุ่ม สดชื่น และสว่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ได้แล้วที่ เจอร์ลีคทุกสาขาคะ

ส่วนประกอบที่สำคัญ

Marshmallow :สารสกัดจาก Humectant ที่มีศักยภาพในการกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว

Aloe Vera :ด้วยคุณประโยชน์จาก Polysaccharides และ กรดอะมิโน ช่วยปลอบประโลมผิว พร้อมปรับสภาพผิวที่แห้งกร้านให้ชุ่มชื้น

Limited Edition Rose Blend :ด้วยการผสมผสานของสารสกัดจากกุหลาบถึง 5 สายพันธุ์ ประกอบด้วย Rosa Gallica,Rose Centifolia,Hibiscus Rose Sinensis,Rosa Canina and Rosa Multiflora ช่วยคงความชุ่มชื่น บรรเทาและรักษาความสมดุลของผิว

ผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนัง ผลิตจากกระบวนการสกัดจากกุหลาบธรรมชาติ 100% ปราศจาก พาราเบน,PEGs,ซิลิโคน,สีปรุงแต่ง และสารกันเสีย

แพทริก เดอมาเชลีเย่ (Patrick Demarchelier) แนะนำเทรนด์ผม 4 สไตล์

ในโลกของแฟชั่นและสไตล์ผมไม่มีอะไรหยุดนิ่ง ทั้งสาวน้อยสาวใหญ่จึงต้องตามติดตลอดว่ามีทรงไหนและสีอะไรที่กำลังมาแรงแซงโค้งบ้างในช่วงนี้ ชวาร์สคอฟ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลและจัดแต่งทรงผมระดับโลก จึงได้แนะนำเทรนด์ผมล่าสุดประจำปี 2013 (Schwarzkopf Looks 2013) รวม 4 สไตล์ ได้แก่ Big Bob, Gloss, Sleekcolor และ Fringer ซึ่งเหมาะกับสาวๆ ทุกวัย ทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นสาวแกร่ง สาวกล้า สาวหวาน หรือสาวมั่น โดยทั้ง 4 สไตล์ล้วนได้แรงบันดาลใจมาจากแคทวอล์คระดับโลกอย่างมิลาน ปารีส นิวยอร์ก และลอนดอน บวกบุคลิกของสาวออฟฟิศผู้มาดมั่นในย่านไฮโซของมหาครนิวยอร์ก ถือว่าเป็นเทรนด์การจัดแต่งทรงผมที่ก้าวล้ำนำแฟชั่นในยุคนี้เอามากๆ

แพทริก เดอมาเชลีเย่ (Patrick Demarchelier) ช่างภาพแฟชั่นชั้นนำชาวฝรั่งเศส ให้ความเห็นไว้ว่า “จากภาพที่ถ่ายทอดให้เห็นถึงเทรนด์ผมทั้ง 4 สไตล์ นำความเก๋ไก๋ตามมุมมองของดีไซเนอร์แถวหน้าออกมาเฉิดฉายบนท้องถนน แม้จะเป็นสไตล์สุดฮิปตามแบบฉบับสาวๆ ในย่านอัพทาวน์ของนิวยอร์ก ซึ่งต้องดูเนี้ยบ เรียบเก๋ และเรียกว่าตั้งใจสวยอยู่ตลอดเวลา แต่ทุกสไตล์มีความพิเศษตรงที่ทำได้ไม่ยาก ใช้ได้กับทุกงาน เพียงมีอุปกรณ์และเลือกผลิตภัณฑ์ตกแต่งทรงผมที่ใช่ เท่านี้ ใครๆ ก็เป็นเจ้าของทรงผมสวยเด่นได้ในเวลาไม่กี่นาที

14-8-2556 20-06-01

ทีนี้ลองมาดูกันว่าแต่ละสไตล์มีจุดเด่นตรงไหน เริ่มที่สไตล์ร่วมสมัยที่ผสมผสานศิลปะการตกแต่งทรงผมหลายยุคเข้าด้วยกันอย่าง Big Bob ซึ่งเหมาะกับสาวๆ ที่ชอบเล่นกับโวลุ่มในแนวนอน โดยทำผมด้านข้างและด้านหลังของศีรษะให้ดูพองหนาเลียนแบบบ๊อบ ทำให้ดูสง่าและได้ลุ๊คแบบเรโทรหน่อยๆ ขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งความทันสมัยและเรียบหรู ทั้งยังเข้ากันดีกับชุดสวยของสุดยอดดีไซเนอร์ Oscar de la Renta หรือแม้แต่เสื้อยืดกับกางเกงยีนธรรมดา อีกสไตล์ที่น่าสนใจคือ Gloss ซึ่งเหมาะกับผู้หญิงที่อยากปลดปล่อยตัวเองออกจากกรอบเดิมๆ เหมือนสโนว์ไวท์ที่ก้าวออกจากโลกของเทพนิยายมาสู่โลกสมัยใหม่ในมาดสาวนักธุรกิจที่มั่นอกมั่นใจสูง แต่ยังคงไว้ซึ่งความสงบเสงี่ยมเจียมตัวในแบบของผู้หญิงที่ซ่อนความคิดอันเสรีและไม่หวั่นกับการทดลองทำสิ่งใหม่ๆ โดยปล่อยผมยาวทิ้งเลยระดับไหล่ลงมาให้ดูสลวยอย่างอิสระแต่สร้างลอนแบบจงใจใต้ระดับคาง ซึ่งดูเท่ได้ไม่ว่าจะแสกข้างหรือแสกกลาง

 

สำหรับสาวๆ ที่กล้าเล่นกับสีสันจัดจ้าน Sleekcolor เน้นความโฉบเฉี่ยวแบบสตรีทลุ๊คที่ส่งเสริมให้ผู้หญิงทุกวัยกล้าจะมีสไตล์ที่แตกต่างเป็นของตัวเอง เป็นการผสมผสานเรื่องของสีสัน วัสดุ และเลเยอร์ โดยใช้หลากหลายเฉดสีที่ตัดกันเป็นริ้วลายและไม่มีข้อจำกัดในการเล่นสี เหมาะกับสาวๆ ที่ชอบหวีแสกกลาง สาวผมยาว หรือผมที่เน้นประกายแวววาวแบบ glossy หรือตัด undercut แถมยังเลือกได้ว่าจะใส่กับชุดกลางคืนหรือเสื้อผ้าแนวพั๊งบวกแจ๊คเก็ตหนังและบูทยาว สุดท้ายคือสไตล์ Fringer ที่เข้ากับสาวผมแดงเจิดจ้าทุกเฉดสี ตั้งแต่ทองแดงไปจนถึงสี rhubarb (สีแดงของก้านโกฐน้ำเต้า) และอิฐแดง เหมาะกับใครก็ตามที่ชอบลุ๊คทันสมัยและช่วยให้ดูอ่อนวัยลงไปอีกด้วยหน้าม้ากว้างตัดตรงลงมาถึงระดับคิ้ว (เดิมทีบนแคทวอล์คเรามักจะเห็นหน้าม้าสั้นเต่อ) ซึ่งดูแลรักษาง่ายและเหมาะกับผู้หญิงส่วนใหญ่

 

แบบผมทุกสไตล์ที่ว่ามานี้ล้วนได้รับการยืนยันจากกูรูแล้วว่าจะทำให้ผู้หญิงเราดูดีมีระดับราวกับท้อปโมเดลหลุดออกมาจากแคทวอล์ค ทั้งยังเข้ากับเสื้อผ้าและการแต่งกายในเกือบทุกโอกาส รู้อย่างนี้แล้วก็เลือกว่าจะเปรี้ยวเฉี่ยวกันแบบไหนได้เลยค่ะ สวยไม่ต้องแคร์สื่อแล้ว