วิตามินลดอ้วน ลดเฉพาะส่วน… ได้ผลจริงเหรอ?

“วิตามิน ลดแขน-ขาเรียว กระชับทุกสัดส่วน จากญี่ปุ่น”

“สมุนไพรลดน้ำหนัก มีเลขที่ อย.รับรอง สุดยอดนวัตกรรม ลด 5โล ในหนึ่งเดือน !!!”

กระแสยาหรือวิตามินลดความอ้วนเฉพาะส่วนอย่าง “น่องเรียว” “ต้นแขน” “ต้นขา” “ปีกหลัง” “สะโพก” “หน้าท้อง” หรือ “หน้าเรียว” มีให้เห็นในเนท จริงหรือไม่ เรามีคำอธิบายจากเภสัชกรมาเฉลยให้ฟัง

 

ไม่มีวิตามินที่ไหนในโลก ลดความอ้วนได้

วิตามิน คือ สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายของคนเรา แม้ร่างกายเราต้องการวิตามินไม่มากนัก แต่ก็ขาดไม่ได้ เพราะจะทำให้มีปัญหาสุขภาพตามมา เช่น ขาดวิตามินซี ทำให้เหงือกไม่แข็งแรง เป็นโรคเลือดออกตามไรฟัน ขาดวิตามินบี 1 ทำให้เป็นโรคเหน็บชา ถ้าขาดวิตามินเอทำให้ไม่สามารถมองเห็นในที่มืด ภูมิต้านทานโรคไม่ดี เป็นต้น

 

หากเปรียบร่างกายของเรากับรถยนต์ วิตามินก็ทำหน้าที่เหมือนน้ำมันหล่อลื่นในเครื่องยนต์ ที่ช่วยหล่อลื่นให้เครื่องยนต์เดินได้สะดวกน่านเอง ไม่มีวิตามินตัวไหนในโลกที่มีกลไกไปลดความอ้วนได้เลย หากแม่ค้ามาแหกตาตามที่โม้มา เภสัชกรบอกได้เลยว่าโกหก

อาหารที่เรากินเข้าไปทุกวันนี้ มีสารอาหารที่เป็นประกอบที่สำคัญคือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรท และไขมัน อาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรท ได้แก่แป้ง ข้าว ขนมปัง น้ำตาลนั้น หากกินมากเกินไป ร่างกายของเราก้อจะเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ในรูปไกลโคเจน

ไกลโคเจนนี้เปรียบได้กับเป็นน้ำตาลชนิดหนึ่งที่ส่วนใหญ่ไปสะสมอยู่ในกล้ามเนื้อและตับ

 

ทำนองเดียวกันเมื่อคุณกินไขมันที่เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานสูง ในอาหารเช่นเนื้อติดมัน หมูสามชั้น แคบหมู มากเกินไป ไขมันจะจะถูกย่อยด้วยน้ำดีจากตับอ่อนและถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายที่ลำไส้จากนั้นจะถูกขนส่งไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกายทางกระแสเลือด ไขมันส่วนเกินที่ไม่ได้ใช้จะถูกเก็บสะสมไว้ตามผนังกล้ามเนื้อหัวใจ และเนื้อเยื่อไขมันทั่วร่างนั่นเอง
ทั้งไขมันและไกลโคเจนจะสะสมอยู่ในร่างกายเรา

ครานี้มันจะไปเก็บให้อ้วน-ยืด-หย่อน-ยานตรงไหน ก็แล้วแต่ว่ากรรมพันธุ์ของพ่อแม่เรา ที่ไปกำหนด ให้สะสมไว้ส่วนไหนยื่นมาก ส่วนไหนหย่อนน้อย ส่วนไหนยานเหี่ยว

ร่างกายของเรารักษาระดับน้ำตาลและไขมันในเส้นเลือดและกล้ามเนือหรือตับไว้เสมือนฝากเงินไว้ในธนาคารทั่วร่าง แต่เมื่อเกิดภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดและไขมันต้องเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง เช่น ออกกำลังกาย ลดปริมาณการทานอาหาร ซึ่งเรายังต้องการใช้พลังงานมากกว่าปกติ ร่างกายเราก้อจะไปถอนเงินคือไขมันและไกลโคเจนมาใช้ และถ้าจะเบิกไปใช้ ก้อจะจะลดไขมันและไกลโคเจน ก็จะลดโดยรวมๆทั้งร่างก่อน ซึ่งก็แล้วแต่กรรมพันธุ์กำหนดว่าจะเอาพลังงานส่วนเกินตรงไหนไปใช้ก่อน ก้อจะลดบริเวณนั้นเสียก่อน แล้วส่วนอื่นๆ ก็ค่อยๆ ลดตามมาทีหลัง (ยกเว้นในเรายที่วางแผนการออกกำลังกายที่ต้องการกำหนดให้กล้ามเนื้อชุดไหน ใช้กำลังงาน หรือคุณจะไปหาสถาบันแพทย์ที่เขามีการดูดไขมันออกเฉพาะส่วนนะครับ) ดังนั้นแม่ค้าหน้าด้านที่มาบอกว่านอนเฉยๆ แล้ววิตามินจะไปลดน้ำหนักได้ก้อโกหกกำลังหนึ่ง
ยิ่งโม้ว่าไปลดหน้าเรียว ลดต้นแขน ลดสะโพก bla bla bla…อันนี้ ยิ่งโม้กำลังสอง มีแต่คนไม่มีสมองเท่านั้นที่จะเชื่อ

อ้าวแล้วทำไม คนซื้อไปแล้วเค้าลดได้หล่ะ

“ปัจจุบันนี้วงการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการลดน้ำหนักต่างก็ยอมรับแล้วว่า วิธีลดน้ำหนักตัวที่ดีที่สุดได้แก่ การควบคุมอาหาร ควบคู่กับการออกกำลังกาย สิ่งที่ทำได้คือเริ่มควบคุมอาหารมิใช่อดอาหาร และต้องเริ่มออกกำลังกายกันอย่างจริงจังสม่ำเสมอ จึงจะทำให้รูปร่างของตัวเองสวยงามได้ มิใช่การเสียเงินจำนวนมากไปวิตามินหรือยาลดความอ้วน”
ถ้าวิตามิน (ใช่หรือเปล่าก้อม่ายรู้) ที่คุณกินเข้าไป มันลดได้ ผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนส่วนมาก ทั้งยาลดความอ้วน กาแฟ-โกโก้ลดความอ้วน หรือแม้แต่วิตามินแคปซูลลดความอ้วน ที่ อย.จับได้ว่าผิดกฎหมาย มักผสมยาลดความอ้วนที่ชื่อ “ไซบูทรามีน” มีฤทธิ์เผาผลาญไขมัน และกดประสาททำให้ไม่อยากอาหาร ผลเสียคือทำให้หัวใจและความดันผิดปกติ บางรายตอบสนองต่อยามากหัวใจอาจหยุดเต้นได้ ซึ่ง อย.ได้ประกาศยกเลิกตำรับยา และไม่มีขายในประเทศไทยแล้ว

สุดท้ายในฐานะเภสัชกร สาวๆสมัยนี้มักอยากหุ่นสวย สูงโปร่งขายาวเหมือนกับสาวๆ ยุโรปหรือนางแบบ ถ้าคุณกังวลเรื่องอ้วนขอให้ออกกำลังกายแล้วควบคุมหมุ่อาหารให้เหมาะสม ส่วนยาลดความอ้วนขอให้เป็นทางเลือกสุดท้าย และควรอยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นไม่ใช่แม่ค้าแหกตาตาม internet เราช่วยคุณได้โดยเพิ่มอาหารสมองให้รู้เท่าทัน อยากผอม (หรือเปล่า ก้อไม่รู้???) อย่างเสียเงิน เสียโง่ให้แม่ค้าหลอก ก้อตามใจ
แหล่งข้อมุล

 

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)

ฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร, ความรู้เรื่องวิตามิน,

http://www.tistr-foodprocess.net/food_health/food_health18.htm

 

พลังจากน้ำตาล

โดย โทมัส ดี.ฟาเฮย์ ,EDD

(professor of physical education and head of the exercise physicology laboratory

at California State University, Chicaco),

http://www.tuvayanon.net/2sgb.html

 

เตือนสาว ม.ปลายตื่นจากฝัน”วิตามินลดอ้วนเฉพาะส่วน” แค่น้ำคำโฆษณา!!

http://www.thaipost.net/x-cite/080113/67693

 

หมอแมว, เตือนภัย วิตามินลดสัดส่วน กินไประวังอันตรายมาถึงตัว
http://mor-maew.exteen.com/20121120/entry

ชีส อุดมด้วยประโยชน์นานาชนิด

ชีส (Cheese) ทำมาจาก นมวัว หรือ นมแพะ นั้นเองค่ะ โดยมีการนำมาคัดแยก โปรตีน นำมาผสมเชื้อรา หรือ แบคทรีเรีย และสารอื่นๆ อีกตามแต่ละประเภทชนิดของ ชีส (Cheese)ค่ะ

ซึ่งในเมืองไทยยุคปัจจุบันนี้นิยมนำชีสมาเป็นของว่าง อย่างเช่น เกี๊ยวห่อชีส หรือ แซนวิส และทุกคนจะคิดว่าการทานชีสนั้นจะทำให้อ้วน จริงๆ แล้ว ถ้าทานแต่พอดี ก็ไม่อ้วนหลอกนะคะ  ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับตัวของคุณเองเลยค่ะ

นอกจาก ชีส (Cheese) จะอร่อย ทำให้อ้วนแล้ว ชีส (Cheese) ยังมีประโยชน์ ที่ช่วยเสริมสร้างให้แก่ร่างกาย อาทิเช่น  แคลเซียม โปรตีน ฟอสฟอรัส วิตามินบี 12 สังกะสี ไชมัน และ น้ำตาลแล็กโทสในปริมาณที่น้อยกว่าในน้ำนม ซึ่งช่วยลดการทำให้เกิดฟันผุได้อีกด้วยค่ะ

หอมหัวใหญ่ เหมาะสำหรับผู้ต้องการลดความอ้วน

หอมหัวใหญ่ เป็นผักที่นำมาประกอบอาหาร และยังเหมาะสำหรับผู้ต้องการลดความอ้วน เพราะหอมหัวใหญ่มีคุณสมบัติที่ช่วยเผาผลาญไขมันและลดไขมันได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังช่วยลดความดันน้ำตาลในเลือด และบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ธาตุเดินไม่ปกติได้อีกด้วยค่ะ

ดังนั้นในเมนูไข่ทั้งหลายที่เต็มไปด้วยคอเลสเตอรอลจึงควรใส่หอมหัวใหญ่ลงไป แล้วถ้าใครไม่ชอบรับประทานหอมหัวใหญ่ เพราะรู้สึกว่ามีกลิ่นแรง รสฝาด ขอแนะนำว่าให้ปรุงให้สุกเสียก่อน แล้วหอมหัวใหญ่จะมีรสหวานอร่อยมาก ทางที่ดีควรรับประทานหอมหัวใหญ่ให้ได้ทุกวัน วันละ 3 – 4 หัว โดยสับให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปต้มหรือนึ่ง อาจเหยาะเกลือเพิ่มรสชาติเล็กน้อยก็ได้

ถั่วเหลือง มีประโยชน์กับคนลดความอ้วน

ถั่วเหลือง พืชธรรมดาชนิดนี้ อุดมไปด้วยโปรตีน เส้นใย วิตามินบี 1 บี 6 และบี 12 กรดโฟลิก คลอไรด์ แคลเซียม ฟอสฟอรัส ไขมันไม่อิ่มตัว (ไขมันดีสำหรับร่างกาย) และที่สำคัญที่สุดก็ คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี

ดังนั้น คนที่ต้องการลดความอ้วนจึงสมควรรับประทานเมล็ดถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ฯลฯ รับรองว่าไม่อ้วน แถมยังมีคุณวิเศษที่จะช่วยชะลอความแก่และป้องกันโรคมะเร็งเต้านมได้อีกด้วยค่ะ

10 ผลไม้ลดความอ้วน

ผลไม้ที่ทานกันอยู่ มีบางชนิดที่ทำให้อ้วน ได้ อย่าง ทุเรียน ขนุน มะม่วง แต่ก็มีผลไม้ที่ทานแล้วไม่อ้วนอยู่ 10 ชนิดที่อยากแนะนำให้ทานกันดู รับรองว่าไม่อ้วนแน่นอนค่ะ แถมยังได้ผิวพรรณ เปร่งปรั่งอีกด้วยนะคะ งานนี้มีแต่คุ้มกับคุ้ม ทั้งหุ่นดี และ ผิวสวย ใส ค่ะ

app daiet

  1. กีวี
  2. มะเขือเทศ
  3. มะละกอ
  4. อะโวกาโด
  5. สับปะรด
  6. แอปเปิ้ล
  7. แตงโม
  8. ส้ม
  9. แครนเบอร์รี่
  10. เบอร์รี่

รีวิวกำจัดไขมัน Cool Sculpting

สมัยนี้มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมามากมาย เพื่อเพิ่มความสวย ความงาม ให้กับผู้หญิงอย่างเรา ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีเกี่ยวกับ ใบหน้า , ผิวพรรณ หรือแม้กระทั่งหุ่นของเรา เทคโนโลยีก็ช่วยได้ เช่นกัน อย่างวันนี้มี C00l Sculpting ออกมาช่วยกำจัดไขมัน ด้วยความเย็นจุดเยือกแข็งเพียง 4-5 องศา เท่านั้น และยังไม่ต้องเจ็บตัวเอาเข็มมาทิ่ม เพื่อดูดไขมันออก หรือ พ่นกาศต่างๆ เข้าร่างกายเรา ที่สำคัญสามารถทำแล้วไปเดินช็อปปิ้งต่อได้เลยจ้า…  อ่านเพิ่มเติม รีวิวกำจัดไขมัน Cool Sculpting

เคล็ดลับเผาผลาญเมื่อทานเกินพิกัด

ถ้าเมื่อคืนไปปาร์ตี้มาแล้วทานเกินพิกัด ของคุณละก็ หุ่นสวยๆ อาจจะต้องมีการเปลี่ยนไซต์เสื้อผ้าได้ หลายคนจึงระมัดระวังการรับประทานอาหารเป็นพิเศษ  มีเคล็ดลับเผาผลาญไขมันมาฝากค่ะ

         –  ดื่มน้ำส้มคั้นสด มีวิตามินที่ช่วยดูดซึมสารอาหารที่สำคัญ หากรับประทานเป็นผล จะมีเส้นใยธรรมชาติ ช่วยคุมน้ำหนักได้อีกวิธีหนึ่ง เพราะจะทำให้รู้สึกอิ่มท้องเร็ว

         –  ทานอาหารจำพวกธัญพืช (ชนิดไขมันต่ำ) อาจทานตอนเช้า (หากไม่มีเวลาทานข้าว) ธัญพืชเหล่านี้ อุดมไปด้วยไฟเบอร์ วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ ระบบจะย่อยช้า ๆ เข้าสู่ร่างกาย ทำให้รู้สึกอิ่มท้องนาน

         –  เคลื่อนไหวร่างกาย หลังเลิกงานอาจเรียกเหงื่อด้วยการเดินเล่น หรือวิ่ง หากมีเวลาอาจเล่นกีฬาที่ชอบสักครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง (การเคลื่อนไหวเร็ว ๆ จะเผาผลาญได้ 140 แคลอรีในครึ่งชั่วโมง)

         –  เคี้ยวอาหารช้าๆ เพราะการทานเร็ว จะทำให้ทานมากเกินอัตราโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารหลัง 6 โมงเย็น หรือช่วงเวลากลางคืน

         –  ทานผัก-ผลไม้ เพราะผักจะให้พลังงานน้อย แต่ให้สารอาหารมาก ส่วนผลไม้ เลือกทานที่ให้พลังงานต่ำ เช่น ฝรั่ง มะม่วง ชมพู่
แตงโม แคนตาลูป เลี่ยงผลไม้หวานจัด ให้พลังงานสูง

ถ้าทำได้รับรองไม่ต้องกังวลว่าน้ำหนักคุณจะเพิ่มเลยค่ะ  เป็นกำลังใจให้นะคะ

สูตรลดน้ำหนักพระราชทาน ของสมเด็จพระเทพฯ

สูตรลดน้ำหนักนี้เป็นสูตรของสมเด็จพระเทพฯ นะคะ ยังไงลองทำกันดู รับรองว่าได้ผลชัวร์ค่ะ สูตรลดน้ำหนักด้วยกัน 2 สูตรค่ะ สูตรลดน้ำหนัก สูตรแรกจะเป็นแบบ 7 วัน หรือ 1 อาทิตย์ แต่สามารถลดน้ำหนักได้ถึง 9 กิโลกรัม ด้วยกัน ส่วน สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่สองจะเป็นแบบ 13 วัน แต่สามารถลดน้ำหนักได้ถึง 7-20 กิโลกรัม

สูตรลดน้ำหนักพระราชทาน

สูตรลดน้ำหนัก ภายใน 7 วัน ลดน้ำหนัก 9 กิโลกรัม

ก่อนอาหารต้องดื่มน้ำอย่างน้อย 2 แก้ว งดน้ำตาล น้ำมันหมู แอลกอฮอล ของทอดทุกชนิด

วันที่ 1
เช้า น้ำผลไม้คั้น หรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย
กลางวัน ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น สลัดผัก

วันที่ 2
เช้า น้ำผลไม้คั้น หรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย
กลางวัน ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น สลัดผัก

วันที่ 3
เช้า กาแฟไม่ใส่น้ำตาล หรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย
กลางวัน เกาเหลาลูกชั้น 1 ชาม(หมู, เนื้อ)
เย็น สลัดผัก

วันที่ 4
เช้า น้ำผลไม้คั้น หรือกาแฟดำและขนมปัง 1 แผ่น
กลางวัน สลัดผัก และไก่ยาง 1 ชิ้น
เย็น โยเกิร์ต 1 ถ้วย

วันที่ 5
เช้า น้ำผลไม้คั้น หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1
กลางวัน ส้มตำ และไก่ย่าง 1 ชิ้น
เย็น สลัดผัก

วันที่ 6
เช้า น้ำผลไม้คั้น หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วย
กลางวัน ปลานึ่ง หรือ ปลาเผา ไม่จำกัด
เย็น สลัดผัก

วันที่ 7
เช้า ข้าว 1 ทัพพี และเนื้อ 1 ชิ้น หรือไข่ต้ม 1ฟอง
กลางวัน เกาเหลาลูกชั้น 1 ชาม (หมู, เนื้อ)

เย็น สับปะรด 1 ชิ้น

โครงการควบคุมอาหาร 13 วัน

จุดประสงค์โครงการนี้ เพื่อปรับปรุงการเผาผลาญอาหารของร่างกายหลังจากครบ 13 วันแลัวจะรับประทานอาหารได้ตามปกติ น้ำหนักจะไม่ขึ้นเป็นเวลา 2 ปี

ข้อสำคัญ
หากทำตามตารางนี้อย่างเคร่งครัดจะลดน้ำหนักได้ประมาณ 7–20 กิโลกรัม ปริมาณอาหารในช่วงควบคุมจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย แต่ท่านไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้เสียสุขภาพเพราะส่วนที่ขาดภายในร่างกายจะทำปฏิกิริยาการเผาผลาญไขมันที่สะสมไว้ตามร่างกายมาใช้เป็นพลังงานทดแทน

ระยะเวลา 13 วันนี้ ห้ามดื่มเบียร์ ไวน์ สุรา ขนมหวาน หมากฝรั่ง ลูกอม หรืออาหารอื่น ๆ แม้เพียงเล็กน้อย การควบคุมอาหารครั้งนี้จะไม่บังเกิดผลใด ๆ เลย และถ้าจะเริ่มต้นใหม่ต้องทำการทำหลังจาก 3 เดือนไปแล้ว

ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่สามารถควบคุมได้ครบ 13 วัน ท่านจะเป็นผู้ที่มีรูปร่างสมส่วนตามที่ต้องการ และถ้าต้องการควบคุมอีกต้องหลังจาก 1 ปี ไปแล้ว แต่ถ้าเลย 2 ปี ไปแล้วจะดีที่สุด

ข้อแนะนำ
ถ้ารู้สึกหิวนอกเหนือจากเวลาที่กำหนดให้ดื่มน้ำมาก ๆ ห้ามดื่มน้ำอย่างอื่น หรือ ทานอาหารอย่างอื่นแทน

หมายเหตุ
–   ผักต้มถ้าใช้ผักขมไทยได้จะดี (ใช้ผักกาดขาวหรือกวางตุ้งแทนได้)
–   มะเขือเทศผลใหญ่ 1 ผล  ถ้าผลเล็กใช้ 3 ผล
–   เนื้อไก่อบ ใช้เนื้อสันหรือเนื้อหน้าอกไม่ติดหนัง 2 ขีด
–   ผักสลัดใช้ผักกาดหอม 1 ต้นเล็ก หอมใหญ่ 1 หัว แตงกวา 2 ลูกหั่นรวมได้ผัก 1 จาน
–   น้ำสลัดใส ใช้ 1 ถ้วย ( 3-4 ช้อนโต๊ะ หรือใช้น้ำสลัดน้ำข้นแทนก็ได้)
–   น้ำมะนาวใช้มะนาวสด 1-2 ผล ชงน้ำร้อนใส่เกลือ ใส่น้ำแข็งดื่มได้
–   โยเกิร์ตถ้ามีรสจืดจะดีมาก ถ้าหาไม่ได้เลือกตามรสที่ชอบ
–   ผลไม้สด 1 ผล เช่น แอปเปิ้ล ชมพู่ มะม่วง ส้มเขียวหวาน กล้วย
–   ใช้ปลาช่อนแทนปลากระพงก็ได้
–   น้ำเปล่าดื่มได้ทั้งวัน วันละ 2 – 3 ลิตร
นอกเหนือจากรายการอาหารนี้ถ้าหิวให้ดื่มน้ำเปล่าแทนได้อย่างเดียว

เอาชนะตัวเองถือว่าเป็นเลิศ (เอาชนะความหิว  หิวแล้วไม่ตาย)

สูตรลดน้ำหนัก ภายใน 13 วัน ลดน้ำหนัก 13 กิโลกรัม

วันที่ 1
อาหารเช้า – กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1 ก้อน)
อาหารเที่ยง – ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง ผักกาดต้ม 3 ขีด มะเขือเทศ 1 ผล
อาหารเย็น – เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว

วันที่ 2
อาหารเช้า – กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1 ก้อน)
อาหารเที่ยง – เนื้อหมูอบ 2.5 ขีด โยโกิร์ต 1 ถ้วย
อาหารเย็น – เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว ผลไม้สด 1 ผล

วันที่ 3
อาหารเช้า – กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1ก้อน) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง – ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง เนื้อหมูอบ 1 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว
อาหารเย็น – คื่นไช่ต้มสุก 3 ขีด มะเขือเทศ 1 ผล ผลไม้สด 1 ผล

วันที่ 4
อาหารเช้า – กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1ก้อน) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง – น้ำส้มคั้น 1 แก้ว โยโกิร์ต 1 ถ้วย
อาหารเย็น – ไข่ต้มแข็ง 1 ฟอง แครอทสด 1 หัว นมรสจืด 1 กล่อง

วันที่ 5
อาหารเช้า – แครอทสด 1 หัว ราดด้วยน้ำมะนาว (ส้มตำ)
อาหารเที่ยง – เนื้อปลากะพงนึ่ง 2 ขีด
อาหารเย็น – เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส

วันที่ 6
อาหารเช้า – กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1ก้อน) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง – ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง แครอทสด 1 หัว
อาหารเย็น – เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว

วันที่ 7
อาหารเช้า – ชา 1 ถ้วย ไม่ใส่น้ำตาล ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง – น้ำเปล่าอย่างเดียว
อาหารเย็น – เนื้อหมูอบ 2 ขีด ผลไม้สด 1 ผล

วันที่ 8
อาหารเช้า – กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1ก้อน)
อาหารเที่ยง – ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง ผักกาดต้ม 3 ขีด มะเขือเทศ 1 ผล
อาหารเย็น – เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว

วันที่ 9
อาหารเช้า – กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1 ก้อน)
อาหารเที่ยง – เนื้อหมูอบ 2 ขีด โยโกิร์ต 1 ถ้วย
อาหารเย็น – เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว

วันที่ 10
อาหารเช้า – กาแฟดำ 1 ถ้วย (ไม่ใส่น้ำตาล) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง – ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง เนื้อหมูอบ 1 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว
อาหารเย็น – คื่นไช่ต้มสุก 3 ขีด มะเขือเทศ 1 ผล ผลไม้สด 1 ผล

วันที่ 11
อาหารเช้า – กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1 ก้อน) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง – น้ำส้มคั้น 1 แก้ว โยโกิร์ต 1 ถ้วย
อาหารเย็น – ไข่ต้มแข็ง 1 ฟอง แครอทสด 1 หัว นมรสจืด 1 กล่อง

วันที่ 12
อาหารเช้า – แครอทสด 1 หัว ราดด้วยน้ำมะนาว
อาหารเที่ยง – เนื้อปลากะพงนึ่ง 2 ขีด (นึ่งด้วยน้ำมะนาว ใส่คื่นไช่ 1 ต้น)
อาหารเย็น – เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส

วันที่ 13
อาหารเช้า – กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1ก้อน) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง – ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง แครอทสด 1 หัว
อาหารเย็น – เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Google.co.th นะคะ