ผลไม้ล้างพิษ ต้านมะเร็ง

ใส่ใจสุขภาพ มาดูแลร่างกาย ให้สดชื่น เพื่อต้านมะเร็งกันดีกว่าค่ะ เพราะว่าทุกวันนี้โลกมันเปลี่ยนไปเทคโนโลยีมากขึ้น แต่สุขภาพกับแย่ลงทุกวัน โรคประหลาดก็เกิดขึ้นมากมาย เราควรใส่ใจหาสิ่งดีๆ เพื่อสุขภาพของเรากันค่ะ

วันนี้เลยขอนำเสนอ ผลไม้ 3 อย่างที่สามารถช่วยล้างพิษ และ ต้านมะเร็งได้ดีที่เดียว

มะนาว
เขาให้ประโยชน์มากมายดังเลยค่ะ อาทิเช่น วิตามินบี 1 และวิตามินบี 3 ไม่เพียงแค่เท่านั้น มันยังให้สารคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และแร่ธาตุ ซึ่งมีส่วนช่วยขับของเสียอย่างเช่น เสมหะ และพยาธิออกจากร่างกาย อีกทั้งยังช่วยแก้ไอ อาการเลือดออกตามไรฟัน เหงือกบวม และแก้วิงเวียนศีรษะ

กีวี
ผลไม้ที่อุดุมไปด้วยวิตามินซี แมกนีเซียม โพแทสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส และเบตาแคโรทีน อีกทั้งยังมีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์และเนื้อเยื่อไม่ให้เสื่อมโทรมและเกิดโรคภัยต่างๆ ได้อีกนะคะ

ลูกแพร์
เป็นผลไม้อีกชนิดที่เต็มไปด้วยวิตามินซี กรดโฟลิก ไนอาซิน แคลเซียม โพแทสเซียม และแมกนีเซียม พร้อมกับแร่ธาตุที่มีคุณสมบัติเป็นด่างลดคอเลสเตอรอล ชะล้างของเสียที่สะสมอยู่ภายในไต และช่วยำความสะอาดไส้ตรง ไม่เพียงแค่นั้น ลกแพร์ยังมีส่วนช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด โดยเฉพาะที่ส่วนของผลลูกแพร์มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้จากใยอาหาร กรดไฮดรอกซีซินนามิก และเส้นใยเพ็กตินที่ช่วยขับโลหะหนักออกจากร่างกาย ได้จากใยอาหาร กรดไฮดรอกซีซินนามิก และเส้นใยเพ็กตินที่ช่วยขับโลหะหนักออกจากร่างกาย

ถ้าทราบคุณสมบัติของ มะนาว กีวี ลูกแพร์แล้วมาดูวิธีการทำเป็นเครื่องดื่มให้ออกมารสชาติเยี่ยมยอดกันดีกว่าค่ะ

ขั้นตอนแรกให้เตรียมผลไม้ทั้ง 3 ชนิด ล้างให้สะอาด ตามด้วยปอกเปลือกกีวีทั้งผล จากนั้นฝานเนื้อกีวีออกเป็นแว่นๆ ส่วนลูกแพร์หั่นเป็นชิ้นพอหยาบ แล้วตามด้วยการนำกีวีกับลูกแพร์ไปสกัดเอาแต่น้ำด้วยเครื่องสกัดน้ำผักผลไม้ อย่าลืมคั้นน้ำมะนาวเพื่อใช้เป็นน้ำในเครื่องดื่มด้วยนะคะ เมื่อได้ส่วนผสมที่ต้องการแล้ว จึงนำมาคนให้เข้ากัน หลังจากนั้น จัดการดื่มได้ทันที หรือถ้าจะให้ดีก็เติมน้ำแข็งเข้าไป เพื่อเพิ่มความสดชื่นก็ยังได้ ปรุงดื่มเป็นประจำทุกวันรับรองเลยว่า ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งได้ดีเลยทีเดียว

ข้อมูลอ้างอิงจาก http://women.sanook.com/

ผ้าปูที่นอน เลือกให้ดี ก็เสริมโชคลาภ และ ความโชคดีได้เช่นกัน

ตามหัวข้อเลยค่ะ  ผ้าปูที่นอนใครว่าไม่สำคัญ ขอบอกว่าเข้าใจผิดมากเลยนะคะ ผ้าปูที่นอนนี้สามารถช่วยเสริม ฮวงจุ้ย ได้เยอะเลยค่ะ

ซึ่งสีที่ช่วยแต่ละสีเสริมโชค เสริมลาภ แต่ต่างกันออกไปนะคะ  มาชมกันว่าสีไหนเหรออะไร

เขียว ฟ้า ดำ เสริมโชคการเงิน

ถ้าต้องการเสริมโอกาสทางธุรกิจ และเพิ่มรายได้ให้มากขึ้น ก็สามารถเลือกใช้ผ้าปูที่นอนสีฟ้าอ่อน หรือสีดำก็ได้ เพราะทั้งสองสีนี้เป็นตัวแทนของความมั่งคั่ง แต่หากต้องการกระตุ้นการเงินที่ซบเซาของตัวเองให้ดีขึ้น แนะนำให้เลือกใช้ผ้าปูที่นอนโทนสีเขียว จะเป็นสีเขียวมิ้นต์หรือสีเขียวเข้ม หรือโทนสีเขียวกลาง ๆ ก็ได้ เนื่องจากตามหลักของฮวงจุ้ย สีเขียวเป็นสีที่ช่วยเสริมในเรื่องการเงิน ซึ่งก็จะช่วยเสริมพลังงานด้านความมั่งคั่งให้ไหลเวียนได้สะดวกมากขึ้นด้วย

หลากสีเสริมความสัมพันธ์ สร้างชื่อเสียง

ผ้าปูที่นอนสีแดงจะช่วยเสริมในเรื่องความมีชื่อเสียง การได้รับเกียรติ มีผู้คนนับหน้าถือตา และส่งเสริมพลังบารมีให้ผู้อยู่อาศัยได้ แต่สำหรับคนที่ต้องการเสริมความสัมพันธ์ด้านการงาน การติดต่อกับต่างประเทศ ผ้าปูที่นอนสีชมพูหรือสีม่วงก็เหมาะ ส่วนคนที่มุ่งเน้นไปในทางท่องเที่ยวรอบโลก หรือเสริมพลังความสัมพันธ์หรือการค้ากับต่างประเทศให้เหนียวแน่น แนะนำเป็นผ้าปูที่นอนสีเมทัลลิก เฉดสีเงิน สีทอง สีเทา และสีขาวจะดีกว่า

เสริมความรัก และสุขภาพ ต้องสีเหลือง

ใครที่กำลังมองหาความรักดี ๆ หรือกำลังมีปัญหาเรื่องความรัก ลองเปลี่ยนมาใช้ผ้าปูที่นอนโทนสีเหลืองดูสิคะ จะเลือกสีเหลืองแจ่มใส หรือสีเหลืองออกส้ม อมน้ำตาลหน่อย ๆ ก็เวิร์กทั้งนั้น นอกจากนี้ผ้าปูที่นอนโทนสีเหลืองยังช่วยเสริมเรื่องการเรียน การตัดสินใจ และความสุขหรรษาในบ้านได้อีกด้วยนะ ส่วนผ้าปูที่นอนสีน้ำตาลเข้ม หรือสีโกโก้ จะช่วยเสริมในเรื่องสุขภาพ ความสัมพันธ์ในครอบครัว ความสามัคคี และความเจริญรุ่งเรืองจ้า

เทคนิค ในการดูแลดวงตา

เทคนิคง่าย ๆ ต่อไปนี้เพื่อดูแลสุขภาพตาของคุณก่อนที่จะสายเกินไป 


1. พบจักษุแพทย์เพื่อทำการตรวจตาอย่างละเอียด คุณอาจจะคิดว่าสายตาของคุณเป็นปกติไม่มีปัญหาเรื่องการมองเห็น แต่การไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจโดยละเอียดก็จะช่วยทำให้แน่ใจได้ว่าไม่มี ปัญหาจริง ๆ เนื่องจากโรคตาบางชนิด เช่นต้อหิน วุ้นในตาเสื่อม อาจจะเกิดขึ้น โดยที่ไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า แต่สามารถตรวจพบได้โดยการตรวจตาโดยจักษุแพทย์ ในบางครั้งแพทย์จะทำการขยายม่านตา โดยให้ยาหยอดตา ทำให้สามารถตรวจได้ละเอียดมากยิ่งขึ้น 


2.โรค ตาที่มีในครอบครัว หากญาติของคุณมีโรคตา เป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะต้องรู้ด้วยว่าใครเป็นโรคตาอะไร เนื่องจากโรคตาบางชนิดสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม หากมีประวัติในครอบครัว คุณก็จะมีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น เพื่อทำการตรวจทำการป้องกันก่อนที่จะสายเกินไป 


3.เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อดวงตา คุณอาจจะเคยได้ยินว่าการรับประทานแครอทจะมีประโยชน์ต่อ แต่นอกเหนือไปจากแครอท การรับประทานผลไม้ และผักใบเขียว ก็สามารถช่วยทำให้ตาของคุณมีสุขภาพที่ดีได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่พบว่า การรับประทานอาหารที่มี Omega-3 สูง เช่นปลาแซลมอน ปลาทูน่า ก็จะสามารถช่วยบำรุงสายตาได้เช่นกัน 


4.การ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ในคนที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไปจะมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคเบาหวาน และโรคอื่น ๆ ซึ่งอาจจะนำไปสู่ความผิดปกติของดวงตาได้ เช่นโรคตาจากเบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง ดังนั้นการควบคุมน้ำหนักให้ดีก็เป็นประโยชน์ต่อดวงตาเช่นกัน 


5.การ สวมแว่นเพื่อป้องกันดวงตา โดยเฉพาะเวลาที่เล่นกีฬาหรือมีกิจกรรมที่อาจจะเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ หรืออุบัติเหตุต่อดวงตา เช่นการเล่นกีฬาบางอย่าง การทำงานเฟอร์นิเจอร์ ส่วนใหญ่แว่นประเภทนี้จะทำมาจาก polycarbonate ซึ่งมีความแข็งแรงกว่าพลาสติกประมาณ 10 เท่า 


6.งด สูบบุหรี่ นอกจากบุหรี่จะเป็นอันตรายต่อหัวใจ เส้นเลือด และเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งแล้ว บุหรี่ยังเพิ่มความเสี่นงต่อการเกิดโรควุ้นในตาเสื่อม ต้อกระจก และการทำลายเส้นประสาทตาอีกด้วย ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดตาบอดได้ 


7.ใช้แว่นกันแดด เพื่อเป็นการป้องกันรังสี UV เวลาเลือกซื้อพยามเลือกที่สามารถป้องกันได้ทั้ง UV-A และ UV-B ได้ 99-100%


8.การพักสายตา ถ้าคุณใช้เวลาอยู่กับคอมพิวเตอร์ หรือใช้สายตาเพ่งมากเกินไป บางครั้ง การกระพริบตาจะน้อยลงโดยที่คุณไม่รู้ตัว และทำให้กล้ามเนื้อตาล้า และตาแห้งได้ พยายามใช้กฏ 20-20-20 คือ ทุก 20 นาที มองไปไกล 20 ฟุต ประมาณ 20 วินาที เพื่อเป็นการพักสายตา และป้องกันสายตาล้า ปวดตาได้ 


9.ล้างมือให้สะอาดเป็นประจำ หากต้องใช้คอนแทคส์ ควรเรียนรู้และฝึกฝนที่จะใช้ให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ 


10. ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในที่ทำงาน หากต้องทำงานที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุต่อดวงตาต้องใส่แว่นทุกครั้งอุปกรณ์ป้องกันทุกครั้ง

How to วิธีแกะมังคุด

เทศกาลผลไม่มาแล้วจ้า

ตอนนี้เป็นช่วงที่มังคุดเริ่มออกเยอะใครที่ชอบทาน มาชมวิธีแกะมังคุดแบบง่ายๆ เพียงใช้นิ้วไม่ต้องง้อมีดทางนี้เลยค่ะ

เริ่มจาก  ใช้นิ้วโป้งนี้แหละค่ะ กดลงที่ท้าย ลูกมังคุด ให้เป็นรอยแตก ออกแรงกันนิดๆ หน่อยๆ ค่ะ

หลังจากนั้นให้น้ำ นิ้วชี้และ นิ้วโป้งกดลงที่ก้านตามรูปที่ 2 เพียงเท่านี้เปลือกก็จะแตก

ต่อจากนั้นก็แกะเปลือกออกให้ หมดตามรูปที่ 4,5 และ 6 ที่เหลือคงไม่ต้องบอกนะคะ ว่าต้องทำไงต่อ อิอิ  ขอให้อร่อยกับทานมังคุดนะคะ ^_

 

วิธีแกะมังคุด
วิธีแกะมังคุด
วิธีแกะมังคุด
วิธีแกะมังคุด
วิธีแกะมังคุด
วิธีแกะมังคุด
วิธีแกะมังคุด
วิธีแกะมังคุด
วิธีแกะมังคุด
วิธีแกะมังคุด
วิธีแกะมังคุด
วิธีแกะมังคุด

ขอขอบคุณข้อมูล และ ภาพจาก คุณน้ำกลั่นน้ำเย็น นะคะ

 

ทำงานไปก็ออกกำลังกายได้นะจ๊ะ

ช่วงนี้อ้วนขึ้น หาเวลาออกกำลังกายไม่ค่อยได้  ลองเปลี่ยนมาออกกำลังกายที่ทำงานกันดูนะ

รับรองช่วงได้เยอะเลยจ้า

ลองทำแบบนี้ดูนะ

1.เคี้ยวบำบัด:ขณะที่กินอาจก็จัดระเบียบโดยขยับเหงือกเคี้ยวข้าวแต่ละคำอย่างน้อย 10 ครั้ง จะมีผลให้สมองได้บริหารเกิดการเผาผลาญแคลอรี่

2. เดิน: การเดินคือการออกกำลังที่ดีที่สุดจะเดินจากออฟฟิศไปทานข้าวหรือเดินไปถ่ายเอกสาร ขอให้ติดเครื่องนับก้าวไว้เพื่อจะได้กะจำนวนเดินที่ดีต่อสุขภาพได้ถูก โดยวันหนึ่งควรเดินให้ได้อย่างน้อย 1,000 ก้าว

3. เกร็ง: นั่งทำงานนานๆ ไม่มีเวลาออกไปพักสายตาใช้วิธีการหลับตาแล้วเกร็งกล้ามเนื้อเป็นส่วนๆ เกร็งกล้ามต้นแขนนับ1ถึง10 จากนั้นเกร็งต้นขานับ1ถึง10 เช่นกันแล้วสลับกันเช่นนี้ หรือถ้าปวดต้นคอให้ใช้วิธีเกร็งหน้าต้านมือ

4.แกว่งแขน: ให้แกว่งสบายๆ ข้างโต๊ะทำงานก็ได้ไม่ต้องแกว่งแรงให้แกว่งสักวันละ15นาที

5.หายใจ: การฝึกออกกำลังโดยการหายใจจะช่วยล้างพิษได้ เป็นการออกกำลังกายง่ายๆ คือให้หายใจเข้าลึกจนรู้สึกปอดตึงเต็มที่่ก่อนที่จะค่อยๆ ผ่อนออกให้ช้าที่สุดนับเป็น 1 ครั้ง

เซ็ทผมสั้นบ๊อบ ไปงานจ้า

คราวนี้ถึงคราวสาวผมบ๊อบ หน้ากลมกันบ้างนะคะ กับวิธีการเซ็ทผมบ๊อบไปงานแบบง่ายๆ สามารถทำกันได้เองเลยค่ะ

ผมบ๊อบ
ผมบ๊อบ

ขั้นที่ 1 ถ้าผมของคุณมีเส้นเล็ก และลื่น นั้นเป็นอุปสรรคกับการทำผมทรงนี้ค่ะ  วิธีแก้ไขง่ายๆ คือ ประโลมด้วยครีมบำรุงเข้าไปก่อน  จากนั้นแบ่งช่อผม กะประมาณผมจากหลังหูเพียงเล็กน้อยแล้วถักเปียลงมาค่ะ


ขั้นที่ 2 ค่อยๆ ถักจนสุดปลายผม


ขั้นที่ 3 เพื่อความไม่แข็งทื่อและดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น  ใช้มือน้อยๆ ของคุณหยิบผมออกพอให้ดูหลวมๆ ยุ่งๆ

ผมบ๊อบ
ผมบ๊อบ


ขั้นที่ 4 จับผมที่เปียเสร็จเรียบร้อย  ติดกิ๊บดำ รวมไว้ที่กลางศีรษะ


ขั้นที่ 5 ถักผมเปียอีกข้างหนึ่งที่เหลือ ทำลักษณะเดียวกัน  พอเสร็จนำเปียทั้งสองข้างมามัดรวมกันกลางศีรษะ  หาโบว์น่ารักๆ มาติดเป็นอันเสร็จสิ้นค่ะ

 

วิธีเซตผมซอยสั้น ให้เหมือนเซตออกจากร้าน

วันก่อนเอาวิธีไดร์ผมทรงฟาร่ามาฝากกันแล้ว คราวนี้ขอเอาใจสาวๆ ผมสั้นกันหน่อย ที่อยากเซตผมตัวเองให้ออกมาเหมือนเดินออกจากร้านทำผม ขอบอกว่าง่ายๆ ไม่ยากเลยค่ะ ง่ายมาก

ขอเริ่มวิธีเซตผมกันเลย

ขั้นแรก หลังจากที่สระผมเสร็จแล้ว ให้เช็ดผมให้พอหมาด ๆ วิธีการเช็ดผมเพื่อไม่ให้ผมเสีย คือ ให้วางผ้าไว้บนเส้นผม แล้วใช้นิ้วนวดวนเพื่อซับน้ำออกอย่างเบามือ

วิธีเซตผมซอยสั้น
วิธีเซตผมซอยสั้น

หลังจากซับผมให้พอหมาด ๆ แล้ว ให้ใส่น้ำมัน หรือเซรั่มบำรุงผม เพื่อป้องกันผมเสียจากความร้อน

วิธีเซตผมซอยสั้น
วิธีเซตผมซอยสั้น

การใส่น้ำมัน ให้เริ่มจากปลายผมก่อน จากนั้นก็ใช้นิ้วมือสางผมขึ้นไปด้านบน เพื่อให้น้ำมันผ่านเส้นผมไป

วิธีเซตผมซอยสั้น
วิธีเซตผมซอยสั้น

จากนั้นให้ใช้ไดร์เป่าผม โดยไดรืผมขึ้นตามตัวอย่าง และแบ่งผมตามแนวแสกผม จากนั้นให้ไดร์ผมจากด้านหลังมาทางด้านหน้า

วิธีเซตผมซอยสั้น
วิธีเซตผมซอยสั้น

ไดร์ผมจากด้านหลังให้แห้ง แล้วจัดผมด้าหลังให้ไปตามแนวข้างหน้า ดังตัวอย่างในรูป เพื่อเริ่มการเซตผม

วิธีเซตผมซอยสั้น
วิธีเซตผมซอยสั้น

จากนั้นใช้ไดร์เป่าผมข้างใบหูให้อยู่ทรงมากยิ่งขึ้นโดยใช้มือช่วยจัดแต่งทรงผม และใช้ไดร์เป่าผมด้านหลังให้เรียบร้อยสวยงาม

วิธีเซตผมซอยสั้น
วิธีเซตผมซอยสั้น
วิธีเซตผมซอยสั้น
วิธีเซตผมซอยสั้น

เมื่อเราเซตทรงผมได้คร่าว ๆ แล้ว เรามาเริ่มการจัดแต่งทรงให้อยู่ตัวมากยิ่งขึ้น โดยการใช้เครื่องหนีบผมไฟฟ้า

วิธีเซตผมซอยสั้น
วิธีเซตผมซอยสั้น

ให้ตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 150 องศา ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นผมของเพื่อน ๆ ด้วยนะคะ ถ้าผมหนามาก อาจจะต้องใช้อุณหภูมิที่สูงขึ้น จากนั้นแบ่งผมด้านหน้าออกเป็นสองส่วน เพื่อการเซตผมที่ง่ายขึ้น

วิธีเซตผมซอยสั้น
วิธีเซตผมซอยสั้น

แบ่งผมตามตัวอย่าง แล้วใช้กิ๊บยาวหนีบไว้ จากนั้นให้ใช้ที่หนีบผมไฟฟ้ารีดผมไปด้านหน้าให้เป๋ไปตามตัวอย่างในรูป

ขั้นต่อมา ให้นำผมครึ่งหนึ่งจากที่หนีบผมเป๋ข้างต้น มาม้วนด้วยที่หนีบผมไฟฟ้า เพื่อให้ผมยกตัวขึ้น และให้ผมหน้าม้าดูหนาขึ้น

วิธีเซตผมซอยสั้น
วิธีเซตผมซอยสั้น

ผมด้านข้างก็ให้ใช้เครื่องหนีบผมไฟฟ้าหนีบผมให้งอเข้ามาเช่นกัน ตามแนวผมที่แบ่งไว้ตามตัวอย่างในรูป

วิธีเซตผมซอยสั้น
วิธีเซตผมซอยสั้น

จากนั้นให้หนีบผมให้ผมดูมีน้ำหนัก และพองตัวหนาขึ้นตามตัวอย่าง ให้ทั่วทั้งศีรษะ วิธีเซตผมซอยสั้น 12

เมื่อเซตผมกับเครื่องหนีบผมไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว ให้ใช้แว๊กซ์ในการจัดแต่งทรงผม เพื่อให้ผมอยู่ทรงมากยิ่งขึ้น

วิธีเซตผมซอยสั้น
วิธีเซตผมซอยสั้น
วิธีเซตผมซอยสั้น
วิธีเซตผมซอยสั้น

ใช้แว๊กซ์พอประมาณถูกับฝ่ามือให้ทั่ว จากนั้นเริ่มที่บนด้านบนก่อน โดยถูผมไปมา และดันเส้นผมทางด้านข้าง เพื่อให้ผมดูหนาขึ้น

วิธีเซตผมซอยสั้น
วิธีเซตผมซอยสั้น

จากนั้นเริ่มมาเซตทางด้านหลัง โดยการดันผมทางดานหลังให้พองตัวขึ้น แล้วจัดปลายผมด้านหลังให้ไปแนวข้าง

วิธีเซตผมซอยสั้น
วิธีเซตผมซอยสั้น

จากนั้นให้จัดแต่งจอนผมให้สวยงามตามแนวผมสวย ๆ แล้วใช้สเปรย์ฉีดผมให้อยู่ทรงมากยิ่งขึ้น

วิธีเซตผมซอยสั้น
วิธีเซตผมซอยสั้นให้ฉีดสเปรย์พร้อมกับการใช้มือในการจัดแต่งทรงผมไปด้วย

มาดูทรงผมสั้นโดยรวมที่จะออกมาเมื่อเซตผมเสร็จแล้ว เป็นวิธีที่ทำได้ง่าย ๆ ที่จะได้ทรงผมสวย ๆ

วิธีเซตผมซอยสั้น
วิธีเซตผมซอยสั้น

 

 

 

 

 

กิน”ยา” ตอนไหนเหมาะและมีคุณภาพมากที่สุด

เวลาไม่สบายไปหาหมอ มักจะได้ยากกลับบ้านเพื่อมาทานต่อ ที่นี้มักจะมีการแยกประเภทยา อย่างเช่น ทานก่อนอาหาร หลังอาหาร ทราบหรือป่าวค่ะ ต้องทานก่อนหรือหลังกี่นาที มาดูกันค่ะว่าต้องทานยังไง

ยาก่อนอาหาร เป็นยาที่กินในช่วงที่ท้องว่าง คือ กินยาก่อนกินอาหารอย่างน้อย 30 นาที (จะกินก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง 2 ชั่วโมงก็ได้) เนื่องมาจากการกินยาประเภทนี้ในช่วงที่ท้องว่าง จะทำให้ประสิทธิภาพของยาไม่ลดลง เนื่องจากกรดในกระเพาะอาหาร อาหาร และส่วนประกอบอื่นๆ อาจจะไปลดการดูดซึมยาเข้าสู่ร่างกาย แต่ถ้าหากลืมกินยาก่อนอาหาร ก็ให้กินอาหารไปก่อนได้เลย แล้วรอให้กระเพาะย่อยให้เสร็จก่อน (ประมาณ 2 ชั่วโมง) จึงค่อยกินยานั้นทีหลัง

ยาหลังอาหาร สามารถกินได้พร้อมกับอาหาร หรือก่อนกินอาหารคำแรก หรือกินหลังอาหารทันทีก็ได้ แต่ไม่ควรกินหลังอาหารเกิน 15 นาที เนื่องจากว่ายาชนิดนี้ต้องการกรดในกระเพาะไปช่วยในการดูดซึมตัวยา สำหรับใครที่ลืมกินยาหลังอาหาร ควรจะรอกินหลังอาหารในมื้อถัดไป หรืออาจจะกินอาหารว่างไปรองท้องก่อนแล้วค่อยกินยาตามก็ได้

ยาก่อนนอน ควรกินก่อนนอนประมาณ 15-30 นาที เนื่องจากยาชนิดนี้มีผลข้างเคียงทำให้ง่วงนอนหรือเวียนหัวมากๆ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที จึงจะออกฤทธิ์

ยารับประทานเวลามีอาการ ก็ควรจะกินเวลาที่มีอาการจริงๆ เท่านั้น โดยในฉลากยามักระบุไว้ว่า ให้กินยาทุก 4-6 ชั่วโมง หรือทุก 8 ชั่วโมง เวลามีอาการ ซึ่งเมื่อมีอาการก็สามารถกินยาได้เลยโดยไม่ต้องคำนึงถึงมื้ออาหาร สามารถกินยาซ้ำได้หากยังมีอาการอยู่โดยมีระยะเวลาห่างกันตามที่ฉลากระบุไว้ และเมื่อหายจากอาการแล้วสามารถหยุดยาได้เลย

ดูแลผมให้ “สวยเด่นกว่าใคร” ดุจได้รับการปรนนิบัติจากซาลอน … ทุกวัน

ใครว่าการมีผมเป็นประกายเฉิดฉายชวนมองจะต้องเดินเข้าซาลอนเท่านั้น นั่นเป็นความคิดที่ล้าสมัยไปแล้ว เพราะในปัจจุบันการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่มีคุณภาพและเหมาะกับสภาพผมของคุณ บวกกับการดูแลอย่างถูกวิธีทุกขั้นตอน เท่านี้คุณก็มีผมสวยเลิศทุกวันได้ไม่ยาก

ก่อนสระ ควรหวีผมก่อนสระทุกครั้ง ไม่ว่าคุณจะเป็นสาวผมเส้นเล็ก เส้นใหญ่ ผมมัน หรือผมแห้ง เพราะการหวีผมก่อนสระจะช่วยทำให้ผมไม่พันกันระหว่างสระผม ทั้งยังช่วยลดการแตกหรือขาดของเส้นผมได้ด้วย

ขณะสระ  ชโลมแชมพูลงบนเส้นผม แล้วถูให้เกิดฟอง ระหว่างสระผมควรเน้นการนวดบริเวณหนังศีรษะ มากกว่าเส้นผมโดยตรง

การล้างแชมพู การล้างผมด้วยน้ำอุ่นจะช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกและความมันออกจากเส้นผมได้ง่าย ควรเน้นการล้างบริเวณหนังศีรษะและโคนผมเพื่อการทำความสะอาดอย่างล้ำลึก

การบำรุงผมอย่างลึกล้ำ บีบผมเบาๆ เพื่อให้น้ำออกจากเส้นผมจนผมหมาด แล้วชโลมคอนดิชันเนอร์หรือมาส์กให้ทั่ว โดยเน้นบริเวณปลายผมและส่วนที่แห้งเสียเป็นหลัก ไม่ควรเน้นบริเวณหนังศีรษะ

การเช็ดผม หลังจากเช็ดผมด้วยผ้าขนหนูจนผมหมาด ควรชโลม ลีฟ-อิน ทรีทเมนท์ ลงเส้นผมด้วยทุกครั้ง โดยเน้นที่ปลายผม เพื่อฟื้นบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง

การเป่าผมด้วยไดร์ การไดร์ผมอย่างถูกวิธี ควรเริ่มไดร์จากบริเวณผมด้านหลังและโคนผม จะช่วยให้ผมแห้งเร็ว จากนั้นให้ใช้ลมเย็นไดร์ผมเพื่อปิดเกล็ดผม

Syoss Ad Thairath_Revise

นอกจากผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Repair Therapy สำหรับการฟื้นบำรุงผมแห้งเสียจากการย้อม ดัด ไดร์ และรังสี UV ให้เงาสลวยมีสุขภาพดีแล้ว ไซออส (Syoss) ในฐานะผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่พัฒนาและผ่านการทดสอบโดยช่างทำผมและนักออกแบบทรงผมมืออาชีพจากประเทศญี่ปุ่น ยังมีผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Syoss Moisture Intensive Care สำหรับผมธรรมดา ซึ่งช่วยฟื้นฟูผมแห้ง เปราะบาง และขาดง่าย ให้เลือกใช้อีกด้วย คุณดูแลผมให้สวยได้เองที่บ้านได้ตามสะดวกเลยค่ะ

รีวิวของอร่อย ร้านบ้านคุ้งน้ำ สุมทรสาคร

หลวงพ่อวัดบ้านแหลมวันก่อนมีโอกาสไปกราบหลวงพ่อวัดบ้านแหลม ที่สมุทรสาครขากลับผู้เริ่มการเดินทางทุกคนเกิดอาหารเดียวกัน นั้นก็คือ อาหารท้องร้อง แล้วยังร้องพร้อมกันอีกด้วยจ้า  เลยถือโอกาสแวะทานอาหารกันโดยไม่มีใครคิดว่าแผนมาก่อน แต่มีโจทย์คือ จะต้องเป็นร้านทางที่เราขับรถกลับกรุงเทพเท่านั้น  ขับมาเลื่อยๆ ทุกคนก็ช่วยกันเมียงมองหาร้านที่จะเติมพลังให้กับท้องของเรา ก็ยังไม่เห็นมีร้านไหนโดยใจ สักร้าน อยู่ๆ ก็มีนึ่งในผู้ร่วมขบวนการตามล่าของอร่อย ก็เห็นป้ายร้านบ้างคุ้งน้ำเขา เลยเกินการขับตามป้ายร้านอาหาร ร้านนี้กันขึ้นมา พอมาถึงฝนก็เรื่องลงเม็ดพอดีเลย รีบวิ่งหาที่หลบ โชคดีที่ทางร้านมีที่จอด 2 ฝั่ง และต้นไม้เยอะไม่งั้นคงเปรียกกันทุกคน  การเดินทางครั้งนี้มีเด็กๆ ไปด้วย ดูเขาจะชอบกับบรรยากาศร้านมาก เพราะว่ามีบ่อปลาคราฟ บ่อใหญ่อยู่ข้างหน้า และมีเขียนมาว่าเลี้ยงมาตั้งแต่ปี 2547 โน่นแนะIMG_3121 copy

 

IMG_3122 copy

 

IMG_3125 copy

บรรยากาศโดยร่วมร้าน ถือว่าดีที่เดียว เป็นธรรมชาติ มีโซนแพ โซมริมน้ำ โซนที่สามารถกั้นเป็นส่วนตัว ถ้ามาตอนเย็นๆ ลมเย็น สบายมาก แถมมีเพลงเล่นดนตรีสดให้ฟังกันด้วยนะคะ

พอเดินมาถึงได้โต๊ะเรียบร้อยแล้วก็สอบถามเมนูขึ้นชื่อ ของทางร้านจากน้องพนักงานเสริฟเลยค่ะ น้องเขาแนะนำ เมนู ปลาทูต้มมะดัน หอยหลอดผัดฉ่า ปลากกระพงทอดน้ำปลา และอีกหลายเมนูมากค่ะ

IMG_3120 copy

เมนูที่สั่งมาทานกันกันวันนี้คือ ปลาทูต้มมะดัน หอยหลอดผัดฉ่า ปลากกระพงทอดน้ำปลา ยำถั่วพู ทอดมันปลากราย หล่นปู ข้าว 2 โถแต่ละเมนูเด็ดๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ

IMG_3136 copy IMG_3133 copy

(ขอโทษนะคะ ที่มีรูปอาหาร 2 อย่างเท่านั้น เพราะว่าตอนมาถึง 2 เมนูนี้มาเสริฟก่อน เลยยังมีโอกาสถ่ายค่ะ แต่พอเมนูหลังมา มันสตาร์การกินไปแล้วเลยลืมถ่ายรูปเมนูที่เหลือมาให้ชมกัน ขอโทษด้วยนะคะ ^^ )

IMG_3131 copy

ราคา : เริ่มต้น 120-250 บาท

การเดินทาง : สามารถชมได้ตามแผนที่เลยจ้า แต่ขอบอกว่าไม่ไกลจากกรุงเทพเท่าไรค่ะ

ScreenHunter_01 Oct. 13 07.15

ร้านเปิด : บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10:00-22:00 น.

เบอร์ติดต่อ : 034-839-883   089-117-5312

IMG_3132 copy

ร้อยเรียงเรื่องอร่อยโดย Kaew4444